Muniplus

 

ระบบภูมิคุ้มกัน… ตัวช่วยจัดการรากปัญหา ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ

 

หลายคนคิดว่าซีสต์ ถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อ เป็นเรื่องเฉพาะจุด เช่น มีก้อนเนื้อที่เต้านม มดลูก หรือที่ผิวหนัง แต่ในความเป็นจริง “รากของปัญหา” มักเกี่ยวข้องกับทั้งระบบ โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกัน

    

Muniplus (มูนิพลัส) คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม (Holistic Immune Support) ซึ่งหมายถึงการช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันของตัวเองได้อย่างสมดุล แข็งแรง และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายต้องรับมือกับความผิดปกติของเซลล์ เช่น ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ หรือแม้แต่มะเร็ง

 

MuniPlus จะเกี่ยวข้องยังไงกับ ซีสต์ถุงน้ำก้อนเนื้อ และมะเร็ง

เพราะว่าสารสำคัญทั้ง 17 ตัวที่อยู่ใน MuniPlusไม่ว่าจะเป็น

17 สารสกัด–สารอาหารระดับพรีเมียม

เมื่อพลิกดูส่วนผสมจะเห็นได้ว่า MuniPlus ไม่ได้พึ่งเพียงสารสกัดตัวใดตัวหนึ่ง แต่จัดเต็มตั้งแต่สมุนไพรพื้นบ้านจนถึงซูเปอร์ฟู้ดระดับโลก

กลุ่มสมุนไพรและสารสกัดธรรมชาติ

  • มะตูม (Bael Fruit Extract) – มีสาร tannin และ marmelosin ช่วยต้านอนุมูลอิสระและสมานแผลในระบบทางเดินอาหาร
  • เอลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry Extract) – เด่นเรื่องเสริมภูมิคุ้มกันและต้านไวรัส (รายละเอียดเชิงลึกจะพูดต่อในตอนถัดไป)
  • เห็ดยามามูชิตาเกะ (Yamabushitake / Lion’s Mane) – อุดม β-glucan และ erinacine ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและสนับสนุนระบบประสาท
  • โรสแมรี่ (Rosemary Extract) – มี carnosic acid และ rosmarinic acid ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ
  • อบเชย (Cinnamon Extract) – สาร cinnamaldehyde มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ถั่งเช่า (Cordyceps sinensis Extract) – ช่วยเพิ่มการใช้ออกซิเจนในเซลล์และปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน
  • ขิง (Ginger Extract) – gingerols และ shogaols ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการหวัด
  • กระเทียม (Garlic Extract) – สาร allicin มีงานวิจัยด้านต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเสริมสุขภาพหัวใจ
  • เบต้ากลูแคนจากยีสต์ (Yeast β-Glucan) – กระตุ้น macrophage และ natural killer cells ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อเชื้อโรคได้รวดเร็ว

กลุ่มวิตามินและสารอาหารสำคัญ

  • วิตามินซี (Vitamin C) – ตัวหลักในกระบวนการสร้างคอลลาเจนและเสริมเม็ดเลือดขาว
  • วิตามินอี (Vitamin E) – ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์
  • วิตามินบีคอมเพล็กซ์ (Vitamin B Complex) – ครบชุดทั้ง B1, B2, B3, B5, B6, B12 ช่วยสร้างพลังงานระดับเซลล์ สนับสนุนระบบประสาทและเมตาบอลิซึม

เมื่อรวมกัน ก็จะช่วยในเรื่องของซิสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ และช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันที่จะทำให้ ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อต่างๆ ลดโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ หรือเกิดกระบวนการอักเสบได้อยู่แล้ว แต่ในที่นี้จะโฟกัสและเน้นไปที่สารสองตัว ที่จะทำให้คุณเข้าใจและจำได้ง่าย

คือ

แบล็คเอลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry)

และ

ถั่งเช่า (Cordyceps)

ว่ามันดี แล้วก็มันมีประโยชน์อย่างไร ทั้งสองตัวนี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากๆในเรื่องของการป้องกันและยับยั้ง ที่จะช่วยให้เซลล์ในบริเวณนั้นๆ ไม่ว่าในส่วนไหนของร่างกาย ลดโอกาสที่จะพัฒนาไปเป็นก้อน ไปเป็นถุง ติ่งอะไรก็ตามแต่ มีโอกาสที่จะลดได้ทั้งหมดเลย

🌿 Muniplus กับการลดความเสี่ยงซีสต์และก้อนเนื้อ

Muniplus มีส่วนช่วยอย่างไร?

ใน Muniplus มีสารสกัดจากธรรมชาติสำคัญถึง 17 ชนิด ที่รวมพลังกันช่วย:

  • ลดการอักเสบเรื้อรัง (ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดซีสต์และก้อนเนื้อ)
  • เสริมสมดุลภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติ
  • ป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์

ในบรรดาสารสกัดเหล่านี้ เราขอเน้นสารเด่นที่ควรจดจำไว้สองตัว คือ:

1️⃣ แบล็คเอลเดอร์เบอร์รี่ (Black Elderberry)

มีสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบ ยับยั้งการติดเชื้อ และเสริมการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น แมคโครฟาจ (Macrophages) ที่ช่วยทำความสะอาดเซลล์ผิดปกติ

2️⃣ ถั่งเช่า (Cordyceps)

ขึ้นชื่อเรื่องการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์ Natural Killer (NK cells) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตรวจจับและทำลายเซลล์ผิดปกติ รวมถึงช่วยเพิ่มความทนทานของร่างกายเมื่อต้องเผชิญกับความเครียด

🌿 ความสำคัญของภูมิคุ้มกันและสารต้านอนุมูลอิสระ

สรุปสำคัญ

การจัดการกับซีสต์ ถุงน้ำ และก้อนเนื้อ ไม่ใช่แค่การเฝ้าดูหรือรอให้ผ่าตัด แต่คือการสร้าง “สภาวะแวดล้อมในร่างกาย” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตผิดปกติ โดยใช้การเสริมภูมิคุ้มกัน และการลดอนุมูลอิสระเป็นแกนสำคัญ

Muniplus และ Phyto 5 จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่เน้น ต้นตอ ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ

Black Elderberry

🌿 Black Elderberry: กุญแจเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันความผิดปกติของเซลล์

Black Elderberry คืออะไร?

Black Elderberry (ซัมบูคัส นิโกร, Sambucus nigra) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สีม่วงเข้ม มีถิ่นกำเนิดในยุโรปเหนือ โดยส่วนที่นำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ คือผลสุกและดอก ซึ่งอุดมไปด้วยสารสำคัญ เช่น แอนโทไซยานิน (Anthocyanins), ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids), วิตามิน A, B, C, และโพแทสเซียม

🌿 หัวใจสำคัญ: ทำไม Elderberry ถึงโดดเด่นเรื่องภูมิคุ้มกัน?

สารสกัดเข้มข้นมาตรฐาน Elder Mune

ใน Muniplus ใช้สารสกัด Elderberry ที่ผ่านมาตรฐาน Elder Mune™ จากเดนมาร์ก ซึ่งการันตีว่า:

  • มีปริมาณสารแอนโทไซยานินสูง
  • คงความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive Compounds)
  • ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดในแง่เสริมภูมิคุ้มกัน

Elder Mune™

จากผลไม้พื้นบ้านสู่สารสกัดเข้มข้น 65:1 

ทำความรู้จัก Elder Mune™

หลายคนอาจคุ้นชื่อ แบล็คเอลเดอร์เบอร์รี่ (Black Elderberry; Sambucus nigra) ว่าเป็นผลไม้ป่าฝั่งยุโรปที่ใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านมานานหลายร้อยปี แต่ Elder Mune™ คือเวอร์ชันที่ “ยกเครื่องใหม่” ด้วยการสกัดเข้มข้น 65:1 หมายความว่าใช้ผลเอลเดอร์เบอร์รี่สดถึง 65 กิโลกรัม เพื่อให้ได้สารสกัดเพียง 1 กิโลกรัม จึงอัดแน่น Anthocyanins และ Flavonoids สารสำคัญที่ให้ทั้งสีม่วงเข้มและฤทธิ์ต้านไวรัส–เสริมภูมิคุ้มกันเต็มพิกัด

จุดขายที่ทำให้ Elder Mune™ ไม่ธรรมดา

  • มาตรฐานการสกัดสูง (Standardized Extract) – ควบคุมปริมาณสารออกฤทธิ์ (bioactive compounds) ให้คงที่ทุกลอต
  • ความเข้มข้นสูง – 65:1 เข้มกว่าสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ทั่วไปหลายเท่า
  • งานวิจัยหนุน – ผ่านการทดสอบเชิงคลินิกหลายฉบับ ไม่ใช่แค่ความเชื่อพื้นบ้าน

ทำไมต้อง Elderberry เพื่อเสริมภูมิต้านทาน

ในผลเอลเดอร์เบอร์รี่มี Anthocyanins และ Flavonoids ซึ่งกระตุ้น Innate Immunity (ภูมิคุ้มกันด่านแรก) ช่วยเพิ่มการทำงานของ Natural Killer Cells (NK cells) และกระตุ้นการสร้าง Cytokines ที่จำเป็นต่อการกำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

อ่านเพิ่ม

Elderberry เค้าจะมีคุณสมบัติในทางยา ในวงการแพทย์จะรู้ดีเลยใช้สารสกัดจากเอลเดอร์เบอรี่นี้ ในการเป็นยาต้าน แล้วก็ยับยั้งเชื้อไวรัส แต่ในอีกมุมหนึ่ง ในการที่จะช่วยในเรื่องไม่ให้เกิดการพัฒนาของเซลล์บริเวณต่างๆไปเป็นเซลล์ที่ไม่ดี แบล็คเอลเดอร์เบอรี่ ก็จะเข้าไปควบคุมทำให้เซลล์การทำงานของเซลล์บริเวณนั้น ให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติด้วย

🌿 Black Elderberry: กุญแจเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันความผิดปกติของเซลล์

1️⃣ เสริมภูมิคุ้มกันอย่างลึกซึ้ง

Black Elderberry สามารถกระตุ้นการทำงานของ:

  • ไขกระดูก (Bone Marrow) – แหล่งผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันหลัก เช่น T-Cells, B-Cells
  • ต่อมน้ำเหลือง (Lymph Nodes) – ศูนย์คัดกรองและกำจัดสิ่งแปลกปลอม
  • ต่อมไทมัส (Thymus Gland) – จุดสร้างและฝึกฝน T-Cells ให้มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเซลล์ผิดปกติ
การทำงานเหล่านี้สำคัญมาก เพราะเซลล์ผิดปกติ เช่น ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ มักเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถ “จับผิด” และควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ได้ทันเวลา

🌿 2️⃣ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: ป้องกันความเสียหายระดับเซลล์

แอนโทไซยานินและฟลาโวนอยด์ใน Elderberry เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง มีบทบาทในการ:

  • ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์จากการถูกทำลาย
  • ลดการอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์กลายพันธุ์
  • ลดความเสี่ยงการพัฒนาเป็นก้อนเนื้อหรือเซลล์ผิดปกติ

นี่คือข้อสำคัญของแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ แต่ว่ามันต้องอยู่ในปริมาณที่สูงพอ ผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่อยู่ตามท้องตลาดก็อาจมีสารสกัดจากแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ได้ เพียงแต่ว่าเค้าใส่สารสำคัญที่อยู่ในแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ พอหรือเปล่า ที่จะทำให้มีความสามารถที่จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนนั่นเอง

🌿 3️⃣ ความแตกต่างจาก Elderberry ทั่วไปในท้องตลาด

ผลิตภัณฑ์ Elderberry ในท้องตลาดจำนวนมากมักใช้สารสกัดในปริมาณต่ำ หรือไม่มีการรับรองมาตรฐานสารสำคัญ ทำให้ไม่เพียงพอต่อการเห็นผลในด้านเสริมภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ

Muniplus เลือกใช้สารสกัดที่เข้มข้นและผ่านมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณได้รับสารออกฤทธิ์ในปริมาณที่มากพอจะเกิดประสิทธิภาพจริง

ต่อมไทมัส (thymus gland) เป็นต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่ง อยู่ในระบบน้ำเหลือง อยู่บริเวณหลังกระดูกหน้าอก (sternum) โดยจัดเป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่พบได้เพียงช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น (primary lymphoid organ) ภายหลังจะถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อไขมัน (fat tissue) ต่างๆจนไม่สามารถมองเห็น

🌿 สรุป: Elderberry กับการดูแลต้นเหตุของซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ

เมื่อพูดถึงการจัดการกับซีสต์ ถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อ Elderberry ไม่ได้ทำงานแค่ “ปลายเหตุ” แต่เป็นการเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถ:

  • ควบคุมความสมดุลของเซลล์
  • ลดการอักเสบที่เป็นตัวกระตุ้นความผิดปกติ
  • ป้องกันความเสียหายระดับ DNA ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
นี่คือเหตุผลว่าทำไม Elderberry จึงเป็นสารสำคัญที่ถูกบรรจุไว้ในสูตรของ Muniplus เพื่อดูแลสุขภาพในมุมมองเชิงลึก

CORDYCEP-ถังเช่า

นอกจากคุณสมบัติของแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดดีๆออกมาแล้ว ยิ่งตัวแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ ไปผนึกกำลังกับ Cordycep Extract (คอดีเซ็บ เอ็กเเซร็กท์) หรือว่าถั่งเช่า จะเกิดประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

เสริมฤทธิ์ร่วมกับ Black Elderberry

เมื่อถั่งเช่าทำงานร่วมกับ Black Elderberry (สารอีกชนิดในมูนิพลัส) จะเกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันใน 2 ทิศทาง:

  • เพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว
  • กระตุ้นการทำลายเซลล์ผิดปกติได้ตรงเป้าหมาย

ถั่งเช่า (Cordyceps sinensis): สมุนไพรที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรชื่อดังจากเทือกเขาสูงในทิเบตและเนปาล เกิดจากการผสมผสานระหว่างเชื้อรา Ophiocordyceps sinensis และตัวอ่อนของแมลง โดยถูกใช้ในแพทย์แผนจีนมายาวนานนับพันปี เพื่อเพิ่มพลัง เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันความเสื่อมของร่างกาย

สารออกฤทธิ์สำคัญในถั่งเช่า

  • Cordycepin: ต้านไวรัส ลดการอักเสบ และยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติ
  • Polysaccharides: กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน เพิ่มการสร้างแอนติบอดี
  • Cordycepic Acid: ลดความเหนื่อยล้า ฟื้นฟูการทำงานของเซลล์
  • Adenosine: ขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนโลหิต
  • SOD (Superoxide Dismutase): ต้านอนุมูลอิสระ ลดค่า ROS ป้องกันความเสื่อมของเซลล์
สรรพคุณ จากสารสำคัญในถังเช่า  

ถั่งเช่า (Cordyceps) เป็นสมุนไพรที่มีการใช้งานในแพทย์แผนจีนมายาวนาน สารสกัดสำคัญที่พบในถั่งเช่า มีดังนี้:

1. คอร์ไดเซปิน (Cordycepin) – เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด บำรุงไต ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยเพิ่มกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย เสริมสร้างระบบ ภูมิคุ้มกัน ปรับสภาพสมดุลในร่างกายร่างกาย ต้านมะเร็ง ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง

2. อะดีโนซีน (Adenosine) – ช่วยในการขยายหลอดเลือด ด้านการแข็งตัวของเลือด ต้านลิ่มเลือด ปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด และลดการอักเสบ

3. โพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) – สารนี้เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการลดการเติบโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอล กระตุ้นเซลล์ให้ตื่นตัวและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ยืดอายุชะลอความเสื่อม ของเซลล์ ทำลายและยับยั้งอนุมูลอิสระ

4. SOD (Superoxide dismutase) ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ต้านการอักเสบ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญมากในการต่อต้านความเครียดออกซิเดชันในร่างกาย เอนไซม์นี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการบำบัดที่ดีต่อโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

5. กรดคอร์ไดเซปิก (Cordycepic Acid) – เพิ่ม Metabolism ของร่างกาย ป้องกันเลือดออกในสมอง ลิ่มเลือด โรคโรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด เพิ่มความทนทานของร่างกายและช่วยในการเผาผลาญพลังงาน

6. วิตามินและแร่ธาตุ – เช่น วิตามินบี12, วิตามินอี, ซิงค์, และซีลีเนียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน

สารเหล่านี้รวมกันทำให้ถั่งเช่ามีคุณสมบัติทางยาหลายประการ เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มพลังงาน ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปรับสมดุลของร่างกาย

สารสำคัญในถั่งเช่า แยกออกมาหลักๆเป็น 5 ตัว

ทีนี้เค้าจะเข้าไปกระตุ้นให้อวัยวะภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูก ต่อมไทมัส  แล้วก็ ลิ้มโหนด หรือน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลืองต่างๆ
ตัว ไทรอยด์ ทอนซิล ก็ถือว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง สร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมา

ถั่งเช่าเสริมภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระอย่างไร?

ถั่งเช่าช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวทั้ง NK Cells, T Cells, และ B Cells เพิ่มการผลิต Cytokines ที่สำคัญ เช่น Interleukin-2 และ IFN-γ ซึ่งช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น

นอกจากนี้ยังเสริมการทำงานของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น SOD, Glutathione Peroxidase เพื่อลดค่า ROS ที่เป็นตัวการทำลายเซลล์ และป้องกันการเกิดความเสียหายของ DNA

ซึ่งเม็ดเลือดขาวที่ดีต่อร่างกาย มีอยู่ 5 ชนิดด้วยกัน
ได้แก่ นิวโทรฟิล (neutrophil) อีโอสิโนฟิล (eosinophil) เบโซฟิล (basophil) โมโนไซท์(monocyte) และลิมโฟไซท์ (lymphocyte)

แต่ทีนี้มีเม็ดเลือดขาวตัวหนึ่งที่มีความสำคัญ มากๆก็คือตัว ลิมโฟไซต์ (lymphocyte)

จริงๆสำคัญทุกตัวแต่ว่า ตัวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความผิดปกติของเซลล์มากที่สุดคือ
เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซตฟ์ (lymphocyte)

แล้วลิมโฟไซต์ (lymphocyte)
ก็จะแบ่งออกเป็น บีเซล และทีเซล

เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ดีต่อร่างกาย 5 ชนิด

เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ดีต่อร่างกายมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะในการป้องกันและต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 5 ชนิดหลัก ได้แก่:
1. นิวโทรฟิล (Neutrophils): ทำหน้าที่ต่อสู้กับแบคทีเรียและเชื้อรา
2. เบโซฟิล (Basophils): มีบทบาทในการตอบสนองต่อการแพ้และการอักเสบ
3. อีโอซิโนฟิล (Eosinophils): ต่อสู้กับปรสิตและมีบทบาทในการตอบสนองต่อภูมิแพ้
4. โมโนไซต์ (Monocytes): ทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและเซลล์ที่ตายแล้ว
5. ลิมโฟไซต์ (Lymphocytes): แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ B cells, T cells และ Natural Killer (NK) cells
ในส่วนของการต้านเซลล์มะเร็ง เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีบทบาทสำคัญคือ:
* T cells: โดยเฉพาะเซลล์ T ชนิด cytotoxic (CD8+ T cells) ที่สามารถฆ่าเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็งได้
* Natural Killer (NK) cells: มีความสามารถในการฆ่าเซลล์ที่แสดงสัญญาณของการติดเชื้อหรือเป็นมะเร็ง
เซลล์เหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันและกำจัดเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บีเซลล์ (บี ลิมโฟไซต์)

บีเซลล์ มีหน้าที่สร้างแอนติบอดี้ แอนติบอดี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่เกาะติดกับเป้าหมายอย่างจำเพาะเพื่อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเข้ามาทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีเซลล์ มีหน้าที่ทำลายเซลล์ที่ติดไวรัส และเซลล์มะเร็ง

การรักษาด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ เป็นการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี อาจมีผลข้างเคียง เช่น เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่โดนทำลายไป หรืออาจจะทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อได้ง่าย การใช้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์มาช่วยรักษา จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น

แต่ตัวหนึ่งที่สำคัญมากๆแต่มีน้อย มี 5 ถึง 10% เท่านั้นเองของปริมาณเม็ดเลือดขาวทั้งหมด
นั้นก็คือ NK Cell

NK Cell หรือ Natural Killer Cell
หรือจะเรียกว่าเป็นเซลล์เพชฌฆาต ตามธรรมชาติก็ได้ ร่างกายคนไหนอ่อนแอจนได้รับเชื้อโรคเชื้อไวรัสแบคทีเรีย ปรสิทธิ์ที่ไม่ดีที่เข้าไปในร่างกาย เม็ดเลือดขาวทุกชนิดก็จะเข้าไปค้นหา
เอ็นเคเซลล์ ถ้าเป็นทหารก็เป็นทหารรบได้หมดทั้งทหารอากาศ ทั้งทางบกทั้งทางน้ำ ทหารที่สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกแบบนี้ ที่เรียก กันว่า หน่วยซีล

ถ้าจะเปรียบเทียบ หน่วยซีลก็เหมือนเอ็นเคเซลล์ เป็นหน่วยที่มีจำนวนน้อยเพราะเขาต้องผ่านการฝึกในทุกรูปแบบ

เอ็นเคเซลล์เป็นเซลล์ที่มีความสำคัญ เวลาเราอายุมากขึ้น 30 ขึ้น เอ็นเคเซลล์จะเริ่มลดน้อยลง

เพราะฉะนั้น คุณลองนึกภาพนะ ถ้าคุณอายุ 40, 50,60,70 แต่ว่าเอ็นเคเซลล์ของคุณยังดีอยู่หมายความว่าคุณจะมีร่างกายที่สุขภาพแข็งแรง คุณจะห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ต่อให้คุณได้รับเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสโควิด คุณก็แทบจะไม่รู้สึกได้เลยว่าควรได้รับเชื้อนั้นมา เพราะเอ็นเคเซลล์และเม็ดเลือดขาวชนิด อื่นๆ ก็จะไปรุมกัน จัดการกับเซลล์ผิดปกติพวกนี้ได้เป็นอย่างดี

เอ็นเคเซลล์มีบทบาทเยอะมาก แต่ว่าจุดเด่นเลย ก็คือ ในแง่ของเซลล์ที่ผิดปกติ ก้อนเนื้อซีสต์หรือแม้กระทั่ง สำคัญที่สุดคือมะเร็ง

NK Cell หรือ Natural Killer Cell คือ ?

NK Cell หรือ Natural Killer Cell คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง เป็นระบบภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิดของร่างกาย เปรียบได้เหมือนกองทัพทหารของร่างกายที่คอยปกป้อง และคอยกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค เชื้อไวรัส รวมถึงทำลายเซลล์มะเร็งที่กำลังคุกคาม ร่างกายของเราอยู่ด้วย
NK Cell สามารถทำหน้าที่ได้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอการกระตุ้นจากระบบภูมิต้านทาน (Antibody)

Natural Killer Cell  : NK Cell หรือเซลล์เม็ดเลือดขาว Lymphocyte เป็นเซลล์นักล่าที่ทำหน้าที่ในการลาดตระเวนทั่วร่างกายเพื่อค้นหาและทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส เชื้อโรค และ เซลล์มะเร็ง  ซึ่งทำงานอย่างรวดเร็วและทรงพลังในการกำจัดเซลล์มะเร็ง   NK Cell เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดพิเศษนี้จะที่มีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง  และแม้จะมีน้อยมาก จากจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวทั้งหมดในร่างกาย แต่ NK Cell โดดเด่นด้วยความสามารถในการแยกแยะโจมตีเซลล์มะเร็ง และมีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่สูงกว่าเม็ดเลือดขาวทั่วไปถึงเกือบ 100 เท่า รวมถึงเชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

เม็ดเลือดขาว – กองทัพป้องกันภัยเงียบของร่างกาย

Natural Killer Cell (NK Cell) – เซลล์เพชฌฆาตตามธรรมชาติ

  • มีเพียง 5-10% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด
  • บทบาทสูงสุดในการค้นหาและทำลายเซลล์ผิดปกติ
  • จัดการได้ทั้งไวรัส, ปรสิต, เซลล์กลายพันธุ์, ซีสต์, เนื้องอก และมะเร็ง

NK Cell = หน่วยซีลทางชีววิทยา พิเศษ ทั้งรุกเร็ว ปรับตัวได้ และทำลายเป้าหมายได้หลากหลายแบบไม่ต้องรอคำสั่ง

ถั่งเช่ากระตุ้น NK Cell ได้อย่างไร?

สารในถั่งเช่า เช่น Cordycepin, Polysaccharides และ SOD จะเข้าไปกระตุ้นไขกระดูกและระบบน้ำเหลืองให้:

  • สร้าง NK Cell ได้มากขึ้น
  • ฟื้นฟู NK Cell ที่อ่อนแรงในวัยผู้ใหญ่ให้กลับมาทำงานได้มีประสิทธิภาพ

มีหลายๆงานวิจัยนะที่บอกว่า เอ็นเคเซลล์คือเซลล์เพชฌฆาตมะเร็ง แต่จริงๆมันเพชฌฆาตหมดทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค ปรสิทธิ์ ไวรัส สายพันธุ์ต่างๆ หนามโปรตีนจะมาในรูปแบบไหน ใดๆก็ตามมาสามารถที่จะเข้าไปบล็อก และกำจัดได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่า การที่เราอายุมากขึ้นเอ็นเคเซลล์ของเราก็จะเหลือน้อยลง แล้วเวลาคนเท่าคนแก่อายุมากขึ้นพักผ่อนน้อย นอนน้อย ภูมิคุ้มกันตก ถามว่าทำไมถึงเจ็บไข้ได้ป่วยง่าย เพราะเวลาที่ภูมิตกทุกคนเคยได้ยินอยู่แล้ว
คำว่าภูมิตกในที่นี้ก็คือ พวกเม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาวสารพัดชนิดรวมถึงเอ็นเคเซลล์มันตก
พอมันตกเสร็จปุ๊บ เปรียบเสมือนตำรวจอ่อนแอ ทหารอ่อนแอ เลยทำให้โจรผู้ร้ายชุกชุม เข้ามาโจมตีประเทศเราก็คือร่างกายของเราได้โดยง่าย เราถึงเจ็บไข้ได้ป่วยได้โดยง่ายนั่นเอง

เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องตระหนักเสมอว่าเราต้องออกกำลังกายเราต้องดูแลดูแลตัวเองให้เกิด ระบบภูมิคุ้มกันแบบนี้สม่ำเสมอ หนึ่งในหนทางที่จะทำให้ดูแลตัวเองได้ ก็คือการพึ่งพาในเรื่องของ แพทย์ทางเลือกหรือเสริมอาหารเป็นต้น

แต่เราก็อย่าขาดตกบกพร่องในเรื่องของการนอนหลับ ให้เป็นเวลาหลับให้ลึก ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามเพศและวัย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ เราควรทำอย่างมีวินัย

เมื่อเราอายุมากขึ้น เราจะสามารถทำกิจกรรมในชีวิตได้อย่างปกติหรือเปล่าในยามที่เราเกษียณ
ไม่ใช่เกษียณอยู่ที่เตียงนอนผู้ป่วย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งน่ากลัว

เพราะฉะนั้นจุดสำคัญนั้นก็คือ รักษาภายในระบบภูมิคุ้มกันของเราเป็นอย่างดี แล้วหนึ่งในกระบวนการภูมิคุ้มกันจะทำให้เราห่างไกลจากซีสถุงน้ำก้อนเนื้อและมะเร็งได้นั่นเอง

บทบาทของถั่งเช่า: ผู้ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีซีสต์ ถุงน้ำ และก้อนเนื้อ

  • เพิ่มการกำจัดเซลล์ผิดปกติด้วย NK Cells
  • ลดการอักเสบเรื้อรังที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดถุงน้ำหรือก้อนเนื้อ
  • เสริมความสมดุลของภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์
  • ลดค่า Oxidative Stress ที่เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดความผิดปกติในระดับเซลล์

การเสริมถั่งเช่าจึงเป็นการป้องกันเชิงลึกที่ทำงานร่วมกับสมุนไพรและสารสกัดตัวอื่น เช่น Muniplus และ Phyto 5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันประสิทธิภาพของถั่งเช่า

มีงานวิจัยกว่า 100 ชิ้น ที่ศึกษาผลของถั่งเช่าต่อระบบภูมิคุ้มกันและการต้านอนุมูลอิสระ เช่น การศึกษาที่พบว่าผู้ที่ได้รับถั่งเช่าเป็นเวลา 8 สัปดาห์มีค่า NK Cell Activity เพิ่มขึ้น 20–30% และมีการลดค่า ROS ในร่างกาย ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากการเสื่อมสภาพ

ถั่งเช่าเค้ามีสารสำคัญอยู่หลายตัว แต่สารสำคัญหลายตัวนั้นล่ะ และจะเข้าไป กระตุ้นทำให้เกิดเอ็นเคเซลล์ ที่มีอยู่ 5 ถึง 10% เท่านั้น
ซึ่งเป็นเซลล์ยาฆ่าเชื้อโรคต่างๆ และรวมถึงเป็นเซลล์เพชฌฆาตมะเร็ง ในการทำให้เซลล์มะเร็งที่ขึ้นมาฝ่อลง และตัวที่ยังยังไม่เกิดก็จะสามารถที่จะเข้าไปบล็อกทำให้เซลล์บริเวณนั้น ที่กำลังจะกลายพันธุ์กำลังจะพัฒนาไปเป็นอะไรที่ไม่ดี มันจะไปบล็อกไม่ให้เกิดขึ้นได้ นี่คือหลักการทำงาน ในแง่ของวิชาการของเอ็นเคเซลล์ และเอ็นเคเซลล์จะต้องได้รับการกระตุ้น นอกจากกระตุ้นโดยการนอน กระตุ้นจากการทานอาหารน้ำตาลน้อย กระตุ้นโดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ มันต้องได้รับการกระตุ้นด้วยตัวเลือกที่สำคัญ อย่างตัวสมุนไพร และตัวสมุนไพรที่เด่นเด่นดังดังในตัวนั้นเลยก็คือเรื่องของถั่งเช่า นั่นเอง
และเบื้องต้นที่พูดไปแล้วนั้นก็คือ Black Elderberry

ทีนี้สารสำคัญที่อยู่ ในถังเช่า หรือว่า Cordycep

มันก็จะมีอยู่หลายตัวเลยอย่างเช่น

Cordycepin
Cordycepic Acid
polysaccharides
Adenosine
SOD

ทำไมถั่งเช่าจึงช่วยระบบภูมิคุ้มกันได้ลึกซึ้ง?

ถั่งเช่าเข้าไปกระตุ้น “อวัยวะผลิตภูมิคุ้มกัน” โดยตรง ได้แก่:

  • ไขกระดูก: แหล่งผลิตเม็ดเลือด
  • ต่อมไทมัส: จุดฝึกฝน T Cell
  • ระบบน้ำเหลือง: เช่น ต่อมทอนซิล, ลิ้นฟ้า, ท่อน้ำเหลือง

ทั้งหมดนี้ช่วยให้ร่างกายผลิต เม็ดเลือดขาว ที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ

สรรพคุณ จากสารสำคัญในถังเช่า

Cordycepin

+Cordycepin เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด บำรุงไต ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยเพิ่มกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย เสริมสร้างระบบ ภูมิคุ้มกัน ปรับสภาพสมดุลในร่างกายร่างกาย ต้านมะเร็ง ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง

Cordycepic Acid เพิ่ม Metabolism ของร่างกาย ป้องกันเลือดออกในสมอง ลิ่มเลือด โรคโรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด

polysaccharides

+polysaccharides ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการลดการเติบโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอล กระตุ้นเซลล์ให้ตื่นตัวและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ยืดอายุชะลอความเสื่อม ของเซลล์ ทำลายและยับยั้งอนุมูลอิสระ

+Adenosine ด้านการแข็งตัวของเลือด ต้านลิ่มเลือด

+SOD การอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ต้านการอักเสบ

สารสำคัญในถั่งเช่า ทั้งห้าตัวนี้ ขมวดรวมเลยว่า ตัวเค้าเองนอกจากจะไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสไวรัสแล้ว เค้าเข้าไปช่วยบล็อกไม่ให้เซลล์ผิดปกติพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ นี่คือหัวใจ สำคัญของเค้า

ถ้าต้องตอบว่ามันการดูแลยังไง
มันสามารถป้องกันและฟื้นฟู กระตุ้นให้ร่างกายเข้าไปทำงานเพื่อฟื้นฟูตัวมันเอง คือตัวถังเช่า ได้ขนานนามว่าหนาวเป็นหนอนร้อนเป็นหญ้า

มันจะเข้าไปกระตุ้นให้อวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันขึ้นมา และภูมิคุ้มกันเหล่านั้น มันจึงถึงจะไปโจมตี ไม่ให้ระบบในร่างกายหรือเซลล์ใดนั้นเกิดความผิดเพี้ยนนั่นเอง

สิ่งที่จะต้องทำให้ถึง
คือการนอน
คุมอาหารหลัก
ออกกำลังกาย
มีความเครียดน้อย
และทานเสริมอาหารนี้

ทำให้ถึง นี้ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องมากไปนะ แต่ทำให้มันเกิดสมดุลย์

เพื่อผลลัพธ์สูงสุด: การใช้ถั่งเช่าควบคู่กับพฤติกรรมสุขภาพ

แม้ถั่งเช่าจะเป็นตัวกระตุ้นชั้นเยี่ยม แต่เพื่อให้ NK Cell ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรดูแลร่วมกับ:

  • การนอนหลับลึก
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำตาลและอาหารไขมันสูง
  • ลดความเครียด
ดู: Phyto 5 ในลำดับถัดไปจากมูนิพลัส

สรุป: ถั่งเช่า – กุญแจเสริมภูมิคุ้มกันลึกระดับเซลล์

ถั่งเช่าในมูนิพลัสไม่ใช่แค่การเพิ่มภูมิคุ้มกันทั่วไป แต่เข้าไปปลุกระบบต้นน้ำของการสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในระดับเม็ดเลือดขาวและการป้องกันเซลล์ผิดปกติ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่มูนิพลัสถูกออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจากภาวะ “ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ และโรคเรื้อรังอื่นๆ” ได้อย่างมีแนวทางชัดเจน

ดูข้อมูลรายละเอียดของ Muniplus (มูนิพลัส) ได้ที่

Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
ขยาย

👇👇👇

ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ - ระบบภูมิคุ้มกัน/ต้านอนุมูลอิสระเกี่ยวข้องยังไง?
ทำไม Black Elderberry ถึงสำคัญล่ะ?
แล้วถั่งเช่าล่ะ?
แล้วเซลล์ NK (Natural Killer Cells) สำคัญแค่ไหนกันล่ะ?
สรุป… ทำไมต้องดูแลภูมิคุ้มกันด้วย?
ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ - กับระบบภูมิคุ้มกันและสารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาทอย่างไรกันล่ะ?
Muniplus ในบทบาทการป้องกันและจัดการกับซีสต์และก้อนเนื้อ


สำหรับวิธีการรับประทานแบบ สแตนดาร์ด เบสิคเลยทาน 2 เม็ดก่อนนอน สำหรับ เพื่อการป้องกัน

หรือบางคนอาจจะเป็นซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อแล้ว ถ้า 2 เม็ดก่อนนอนได้เช่นกัน แต่ควรทานตัวอื่นเพิ่ม ควบคู่ไปด้วยเช่น

ทานไฟโต5 หรือ ยูนิออย เข้าไปเสริม เพื่อที่จะให้มันเสริมร่วมกันทำงานได้อย่างครบกระบวนการนั่นเอง

ทีนี้มูนิพลัส
สำหรับคนที่เป็นมะเร็งอยู่แล้ว และมีกำลังในทาน ผลิตภัณฑ์นี้ สามารถทาน โอเวอร์โดสได้เลย

คือทาน 2 เม็ดก่อนนอน และ 2 เม็ดหลังอาหารเช้า รวมเป็น 4 เม็ด ไปเลย

แล้วทานไฟโต5 หลังอาหารเช้า 2 เม็ด หลังอาหารเย็น 2 เม็ด เพิ่มไปด้วยเลยก็ได้

สำหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการรักษาทางการแพทย์อยู่แล้ว เราจำเป็นต้องเสริม

ส่วนคำถามที่ว่าถ้าให้คีโมอยู่ฉายแสงอยู่ สามารถทานได้ไหม
ทานได้เลยครับ

เพื่อเข้าไปทำให้บูธคนที่จะมีเอฟเฟกต์หรือผลข้างเคียงจากเคมี ซึ่งมันจะมีเอฟเฟกต์อยู่แล้วแล้วมีเอฟเฟคเยอะด้วย รับเอฟเฟคแล้วนะชีวิตและจิตใจก็จะตก
เราจำเป็นต้องมูนิพลัส เเละไฟโต 5 เข้าไป เพื่อทำให้ร่างกายได้รับการเยียวยาฟื้นฟู กลับมากระเตื้องสดชื่น

ฉะนั้นใครที่ดูแลดูแลถึง ใช้ทั้งและมูนิพลัส และไฟโต 5 รวม ถึงยูนิออย ด้วยก็ได้

คุณอาจจะดูไม่ออกเลยว่าคนคนนี้เป็นมะเร็งจริงหรือ

เพราะสุดท้ายผิวก็จะไม่คล้ำ ผมก็จะไม่ร่วง หน้าตาก็จะสดใสเปล่งปลั่งเลยเลยทีเดียว เพราะในขณะที่ในกระบวนการรักษาทางการแพทย์ มันทำร้ายทำลายเซลล์ดีๆไปด้วย ร่างกายเราก็จะ โทรมง่าย เราดันเข้าไปกระตุ้นโดยสารเสริมอาหารที่มีมีประสิทธิภาพนี้ ให้ร่างกายมัน ชู้ต ฟื้นฟูสิ่งดีๆขึ้นมา มันก็เลยสวนทางกัน

ร่างกายเราสบายเลย
อาจพูดได้ว่ามีโอกาสสูงที่จะทำให้คุณกลับไปตรวจไม่พบเซลล์มะเร็งแล้ว
นี่คือหลักวิชาการหรือเปเปอร์ที่มารองรับเรื่องสมุนไพรที่เล่าให้ฟังนี้

ขยายเพิ่มเติม: มูนิพลัส: กับพลังแห่งภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูร่างกายจากภายใน

👇👇👇

รับประทานมูนิพลัส: ให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณ
ทำไมต้องใช้มูนิพลัสในระหว่างการรักษาด้วย?
ขยาย: มูนิพลัส: กับการเสริมภูมิคุ้มกันและการฟื้นฟูร่างกาย

👇👇👇

วิธีรับประทาน มูนิพลัส (Muniplus) ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง

Phyto 5 ต้านอนุมูลอิสระ

ทีนี้ในส่วนของไฟโต 5 ไฟโต5 จะช่วยในเรื่องของซีสต์ถุงน้ำก้อนเนื้อและมะเร็งได้อย่างไร

ทุกคนต้องเข้าใจคำนี้ก่อนคือ
ต้นสาย กับ ปลายเหตุ
เมื่อกี้พูดถึงปลายเหตุ แล้วก็ต้นสายด้วยบางช่วง
คือ มูนิพลัสจะเข้าไปแก้ปัญหา สำหรับคนที่

1. ต้องการป้องกัน

2. ต้องการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ

แต่ไฟโต5 จะโฟกัสหรือเน้นที่เรื่องของการป้องกันโดยเฉพาะ แล้วมันก็เข้าไปเสริมกระบวนการฟื้นฟูด้วยนั่นเอง
เรามาดูว่ามันป้องกันได้แบบไหน คือเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายร้อยละร้อย เกิดขึ้นจากอนุมูลอิสระ (Free Radical) หรือ ว่า Oxidant / ออกซิแดนต์ ต่างๆที่เกิดขึ้นนั่นเอง 

🟣 — ทำไมซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ จึงเกี่ยวกับอนุมูลอิสระล่ะ?  

Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

วิธีรับประทาน Muniplus
วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน

Phyto 5 : ต้านอนุมูลอิสระ
Phyto 5 /อนุมูลอิสระเกี่ยวยังไงในเรื่องซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ

วิธีรับประทาน PHYTO 5 
หลังอาหารเช้า 1 เม็ดหลังอาหารเย็น 1 เม็ด

เป็นถุงน้ำก้อนเนื้อควรทานผลิตภัณฑ์ตัวไหนจะดีล่ะ

คนเป็นถุงน้ำก้อนเนื้อควรทาน

มูนิพลัส (Muniplus)

ไฟโต 5 (Phyto5)

ถ้าเสริมด้วย ยูนิออย (Unioil) ด้วยก็จะยอดเยี่ยมมาก

ไม่แนะนำให้ทานเสริมอาหารทุกชนิด
คนท้องอยู่ในช่วงภาวะที่เปราะบางอ่อนไหว เซนซิทีฟ ควรจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ และอาหารการกินที่แพทย์กำหนดเท่านั้น เมื่อคลอดเสร็จแล้วทานได้เลย

ถ้าเด็กสุขภาพดีก็ไม่ต้องทานให้สิ้นเปลือง
ถ้าภูมิคุ้มกันตภูมิคุ้มกันต่ำ แนะนำว่าช่วงห้าหกขวบก็ทานได้แล้ว แต่ ถ้าในโดสครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่

5-6 ขวบ ก็ทานได้แล้วแต่ต้องเป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน

อาจทานวันละหนึ่งเม็ดตอนเช้าหรือหนึ่งเม็ดก่อนนอนก็ได้

จัดเต็ม ได้เลย เพราะจะทำให้ร่างกายเราไม่ตกไปด้วย

หากได้ศึกษาข้อมูลจากเราแล้ว เห็นว่าแนวทางของเราจะช่วยคุณได้

✉️ ติดต่อเรากลับมาได้ที่ 

หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน