คำว่าระบบประสาททุกคนอาจจะเข้าใจและได้ยิน แต่พอพูดถึงคำว่าระบบประสาทอัตโนมัติอาจจะไม่คุ้นเคยนัก

สุขภาพร่างกายของเรานั้นนอกจากจะมีผลจากความเสื่อมของเซลล์แล้ว อวัยวะภายในบางอย่างผิดปกติแล้ว มันยังเกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติด้วย เพราะมันเกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติ เราต้องดูแลระบบประสาทอัตโนมัติแบบไหนอย่างไร ซึ่งแน่นอนระบบประสาทอัตโนมัติอัตโนมัติ มันจะแบ่งออกเป็นสองระบบหลักๆ แต่เดี๋ยวเราค่อยไปลงรายละเอียดกัน

อยากจะบอกอย่างนี้ก่อนคือ จิตป่วย = ร่างกายป่วยเคยได้ยินไหม
ว่าจิตใจเราป่วย ร่างกายเราจะป่วยเพราะอะไร
เพราะร่างกายและจิตใจเชื่อมโยงกัน ผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ ถ้าเปรียบแล้วระบบประสาทเปรียบเสมือนถนนที่มีซอกซอยต่างๆแยกไปตามจุดนั้นจุดนี้

ถ้าเปรียบเทียบในแง่ของการเดินทาง ระบบประสาทอัตโนมัติจะมีหน้าที่หลายอย่าง แต่หลักๆ คือเค้าจะควบคุมกระแสเลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย คือถ้าระบบไหลเวียนเลือดของเราดี สุขภาพของเราก็จะดี แล้วเราระบบประสาทนั้นดูแลอวัยวะหลายหลายส่วน ยกตัวอย่างเช่นสมอง ถ้าสมองเรากระปรี้กระเปร่าเราก็จะปลอดโปร่ง ถ้าตับทำงานดีเราก็ก็จะไม่เหน็ดไม่ค่อยเหนื่อย อ่อนเพลียง่าย

ถ้าลำไส้เราทำงานดีก็จะส่งผล ทำให้ผิวพรรณของเราผมของเรา ทุกอย่างดี ท้องไม่ผูก

ระบบประสาทอัตโนมัติ

Autonomic Nervous System

ประกอบด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมาก ทำหน้าที่อย่างอิสระซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้
อำนาจจิตใจ หรือ การควบคุมของระบบประสาทส่วนกลาง

การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติประกอบด้วยระบบย่อย 2 ระบบ คือ

ระบบประสาทซิมพาเทติก
(Sympathetic nervous system)

ระบบนี้จะทำงานในกรณีที่บุคคลตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน
ได้แก่ ขนลุกตั้งชัน ชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติ เหงื่อออกมาก
ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นเร็วและรัว

ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก
(Parasympathetic nervous system)

เมื่อระบบซิมพาเทติกทำงานสิ้นสุดลง
ร่างกายพ้นจากสภาวะฉุกเฉินไปแล้ว
ระบบพาราซิมพาเทติกจะช่วยทำให้
ร่างกายกลับคืนสู่สภาวะปกติ

Sympathetic Nervous System ประสาทอัตโนมัติ (ANS)

ระบบประสาทชิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติ หรือ อัตโนวัติ (Autonomic Nervous System-ANS) มีหน้าที่ควบคุมการ
ทำงานของอวัยวะบางอย่าง ซึ่งทำงานอยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจ มีศูนย์กลางอยู่ที่ไขสันหลัง
ระดับอกและเอว เรามักรู้จักระบบประสาทซิมพาเทติกในแง่ของการทำงานเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ หรือกำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้น ระบบจะสั่งให้สู้หรือหนี เมื่อระบบ
ถูกกระตุ้น มันจะสั่งให้ต่อมหมวกไตชั้นใน (Adrenal Medulla) หลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อไปกระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือต่อมเป้าหมายให้ทำงานตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้น

ระบบประสาทพาราชิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติหรืออัตโนวัติ (Autonomic Nervous System-ANS) มีหน้าที่
ควบคุมการทำงานของอวัยวะบางอย่าง ซึ่งทำงานอยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจเช่นเดียวกับระบบประสาทซิมพาเทติก
ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกมีศูนย์กลางอยู่ที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3, 7,9, 10 (บริเวณเมดัลลา ออบลองกาตา) และไขสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (ก้นกบ) โดยจะทำงานควบคู่กับระบบประสาทซิมพาเทติก เพื่อให้ร่างกายกลับสู่ภาวะปกติหรือภาวะผ่อนคลาย (Rest and Digest)

ถ้าจะเปรียบเทียบระบบย่อย 2 ระบบนี้เป็นรถยนต์

ซิมพาเทติกจะเหมือนคันเร่ง พาราซิมพาเทติกจะเสมือนเบรค

ขยาย

👇👇👇

ดูเพิ่มเติม:ระบบประสาทอัตโนมัติ: สมดุลในร่างกายที่คุณอาจไม่เคยรู้
ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System: ANS) กับความสมดุลของร่างกาย

อาการผิดปกติที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติแปรปรวนมีหลากหลายเลยเช่น ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เลยเหนื่อยง่าย ดึงคอบ่าไหล่ อาการตึงคอบ่าไหล่นี้มี หลายสาเหตุนะ ในสาเหตุนั้นก็คือระบบประสาท อัตโนมัติ ที่แปรปรวน

ท้องเสียท้องผูกก็ใช่ ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งก็ใช่ โรคร้ายต่างๆก็ใช่ มะเร็งบางชนิดก็ใช่หมดเลย เพราะฉะนั้นเราจะดูเบา หรือว่าเราจะนิ่งดูดายเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลระบบประสาทอัตโนมัติไม่ได้ แต่เรามีวิธีการดูแลเขาแบบง่ายๆไม่ได้ยากเลย ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
ทีนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติลดลง

ในคุณผู้ชายที่มีอายุ 30 ขึ้นไป จะเริ่มลดลง ระบบประสาทอัตโนมัติจะเริ่มทดถอยแล้ว
ส่วนคุณผู้หญิงก็จะ 40 ขึ้นไป

จากสถิติสรีระศาสตร์ ส่วนใหญ่ผู้ชายจะเริ่มตั้งแต่ 30 ปี และ 40 ปีในผู้หญิง

คือถ้าการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเริ่มลดลง ทุกคนลองนึกภาพ พอมันเริ่มลดลง ถ้าเรานอนน้อย อดนอนบ่อยๆ หรือนอนไม่เป็นเวลา เช่น ตีสองตีสาม ส่วนใหญ่จะเป็นหลังเที่ยงคืน
ถ้าอดนอนแค่ครั้งสองครั้งมันไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเกิดเช่นนี้บ่อยๆเป็นกิจวัตรที่แลดูเหมือนเคยชิน แต่เชื่อไหมว่าระบบประสาทอัตโนมัติทั้งสอง ทั้งซิมพาเทติกและพาราซิมพาเทติก ที่ทำงานแบบไม่สมดุลส่งผลทันทีเลย
ถ้าคุณไม่ได้พักผ่อนคุณจะอ่อนเพลียไปอีกสองสามวันเลยทีเดียว ยิ่งคุณอายุมาก ต่อให้สุขภาพเซลล์สุขภาพภายในอวัยวะภายในของเราต่างๆดี แต่ระบบประสาทเป็นอะไรที่เซนซิทีฟมาก ระบบประสาทซิมพาเทติก และพาราซิมพาเทติกตรงนี้ พอมันเริ่มแปรปรวนและเริ่มทำงานผิดปกติ จะทำให้เรามึนอึน อ่อนเพลียอยู่เป็นวันๆ
ใครที่อดหลับอดนอนสังเกตนะ บางคนนอนวันหรือสองวันยังไม่พอเลย ต้องนอนต่อกันสามถึงสี่วันกันเลยทีเดียว สังเกตถ้าเราอายุ 30 อัพ 40 อัพแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นเลย ไม่เหมือนตอนวัยรุ่น ช่วงอายุ 18 19 ถึง 20 ก่อน 25 ปี ถ้าคุณอดหลับอดนอนข้ามคืนมาคุณอาจทำงานต่อได้ หรือนอนเพียงชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมง ก็สามารถทำงานต่อได้แล้ว คือ พาราซิมพาเทติก จะฟื้นได้เร็ว ซึ่งเปรียบเสมือนตัว เบรค ที่ทำให้ร่างกายหรืออวัยวะภายในของเราพักผ่อน ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราหลับ
ส่วนการทำงานของซิมพาเทติก จะเกิดขึ้นในช่วงที่ตื่น หรือในตอนกลางวัน แต่ถ้าเราใช้ชีวิตที่มันขัดแย้งกับนาฬิกาชีวิต มันก็อาจจะทำให้รวน

ถ้าเราเป็นวัยรุ่นมันอาจไม่เท่าไหร่
แต่ถ้าเมื่อเราอายุมากแล้ว เรายังใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่อายุสั้นแน่นอน เพราะระบบประสาทมันรวนแล้ว
คุณพักผ่อนไม่เพียงพอ คุณจะเพลียเนิ่นนานมาก แล้วคุณทานเสริมอาหาร ดูแลตัวเองทานครบห้าหมู่ แต่สุดท้ายอะไรที่ทำงานบกพร่อง ถ้ามันเสื่อมถ้ามันไม่สมดุลแล้ว ก็จะทำให้เรามีปัญหา ร่างกายก็จะรวนไปเลยทั้งหมดเพราะฉะนั้นจึงอย่าประมาท

บางคนบอกว่าอายุแค่ 30 ต้นต้นเอง
คุณไม่ต้องรอให้อายุถึง 40-50

คุณเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ตั้งแต่ อายุ 30 ขึ้นไป จะทำให้คุณมีอายุยืนยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุของอาการเจ็บป่วยความแปรปรวน รวนเรในร่างกายของเรา รวมถึงสภาวะจิตใจของเราด้วย ที่มันเกิดขึ้น มันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด เพราะถ้าเรารู้แล้ว เราสามารถที่จะไปปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราให้สามารถที่จะสู้กับความแปรปรวนที่จะเกิดขึ้นได้ด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ช่วงไหนที่เราเครียดบ่อยๆ ถ้าคุณเครียดแค่ชั่วครู่ชั่วคราวเป็นพักๆก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าคุณเครียดสามวันติด ห้าวันติด เจ็ดวันติดแล้ว เครียดนานๆ คุณเตรียมน้ำหนักลด เตรียมระบบขับถ่ายที่แปรปรวนได้เลย เพราะมันเชื่อมโยงกับเรื่องของ system ระบบประสาททั้งหมด ซึ่งจะแบ่งออกมาย่อยๆเป็น sympathetic system
ถ้าเปรียบกับบางสิ่งบางอย่างในรถยนต์ก็เปรียบเสมือนคันเร่ง
Parasympathetic system
ถ้าเป็นอุปกรณ์ในรถก็เปรียบเสมือนเบรค

ม่านตาเราจะขยายถ้าหาก ซิมพาเทติกยังทำงานอยู่

ถ้าหากม่านตาหด แสดงว่า พาราซิมพาเทติกกำลังทำงาน

ถ้าเกิดมีการยับยั้งการหลั่งน้ำลาย แสดงว่า ซิมพาเทติกทำงาน

ส่วนในแง่ของการปัสสาวะ ชิมพาเทติกจะกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะคลายตัว แต่ พาราซิมพาเทติกจากกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะหดตัว

อวัยวะเหล่านี้เป็นอวัยวะที่อยู่นอกเหนือการควบคุมการทำงานของร่างกาย เพราะเค้าจะทำงานของเค้าเป็นอัตโนมัติ ถึงเรียกได้ว่าเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นลองนึกภาพย้อนกลับไปที่ไปที่ม่านตา
เวลาเจอคนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วสลบไป หรือในคนที่เราต้องการเช็คให้แน่ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า คุณหมอจะเช็คแรกเลยก็คือ คุณหมอจะเปิดเปลือกตาขึ้นและเอาไฟฉายส่อง เข้าไปที่ม่านตา ถ้าม่านตายังขยายขึ้นอยู่ก็แสดงว่าโอเคมีการตอบสนอง แสดงว่าระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายยังทำงานอยู่
แต่ถ้าเกิดเสียชีวิตแล้วม่านตาจะไม่ขยายแล้ว ถึงแม้เค้าจะสลบอยู่ แต่ตัวระบบประสาทอัตโนมัติมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของร่างกายและจิตใจ ต่อให้เราสลบต่อให้เราไม่รู้สึกตัว แต่มันจะมีโอกาสที่ยังทำงานอยู่
อันนี้คือเปรียบเทียบให้เห็นและเข้าใจคำว่าระบบประสาทอัตโนมัติอัตโนมัติ

เราเข้าใจในเบื้องต้นแล้ว อันนี้คือสาเหตุหลักๆที่จะทำให้เกิดปัญหากับร่างกายของเราได้
คือแทบทุกอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นท่อลม หรือปอด ตัวการบีบตัวของกระเพาะอาหาร การกระตุ้นให้ตับสร้าง กลูโคส กระตุ้นสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ของต่อมหมวกไต กระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะคลายตัวหดตัว ชะลออัตราการเต้นของหัวใจได้ กระตุ้นการหลั่งน้ำดีจากตับ

ขยาย

👇👇👇

ดูเพิ่มเติม:อาการผิดปกติที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติแปรปรวน

ดูเพิ่มเติม:อาการและกลไกของระบบประสาทอัตโนมัติที่ผิดปกติ

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ดูเพิ่มเติม:อาการและกลไกของระบบประสาทอัตโนมัติที่ผิดปกติ

อย่างที่กล่าวมาซิมพาเทติกจะทำงานส่วนใหญ่ในตอนกลางวันที่เราตื่น
และพาราซิมพาเทติกจะทำงานตอนที่เรานอน

คุณลองดูการกระตุ้นการหลั่งน้ำดีจากตับ พาราซิมพาเทติกจะกระตุ้นได้ดีมากๆในช่วงห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง หมายความว่าห้าทุ่มถึงตีหนึ่งถ้าเกิดคุณนอนหลับ จะเกิดการย่อยไขมันที่ดีมากๆเลยในช่วงเวลานั้น แต่ถ้าหากคุณยังตื่นอยู่ก็จะย่อย แต่จะย่อยน้อยมาก สังเกตใครที่นอนหลัง 5 ทุ่ม ส่วนใหญ่จะอ้วน ส่วนใหญ่จะมีไขมันส่วนเกิน ส่วนใหญ่จะมีพุง เพราะอะไร เพราะว่าระบบการ ย่อยไขมันหรือว่า ลิพิต(Lipid)
คือจาก Fat ให้เปลี่ยนเป็น Lipid

Fat คือไขมัน พอมันถูกการย่อยโดยน้ำดี มันก็จะกลายเป็นอนุภาคที่เล็กลง กลายเป็นลิพิต(Lipid)
หรือไขมันที่เล็กลง

เพราะฉะนั้นเราสังเกตสังเกตดูนะใครนอนดึกบ่อยๆไขมันในร่างกายจะเยอะ ถ้าไปตรวจจะเห็นว่าไขมันและกล้ามเนื้อเรียบกล้ามเนื้อลายของเราไขมันจะเยอะ ไขมันช่องท้อง หรือ visceral fat (วิเซอรอลแฟต) ของคุณก็จะสูง

ไขมันในช่องท้องเกิดจากอะไร?

ขมันช่องท้อง หรือ visceral fat คือ ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายเนื่องจากเผาผลาญไม่หมด ทำให้ไขมันไปเกาะอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อท้องกับอวัยวะในช่องท้อง ทำให้มีลักษณะลงพุง ย้วย ย้อย ซึ่งถือเป็นจุดที่อันตราย เนื่องจากไขมันช่องท้องเหล่านี้ จะขัดขวางทางเดินของเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อในร่างกาย และเป็นตัวก่อโรคต่าง ๆ

ไขมันในช่องท้องเกิดจากอะไร?

ไขมันช่องท้องอยู่ชั้นในสุดของพุง
* ไขมันในช่องท้อง เกิดจากการรับประทานอาหารประเภทไขมัน
เมื่อรับประทานอาหารที่เป็นไขมัน รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเป็นปริมาณมากเกินไป ทำให้ร่างกายเผาผลาญไม่หมด สุดท้ายก็จะถูกเปลี่ยนสภาพมาเป็นไขมัน เกิดการสะสมและแทรกซึมอยู่บริเวณอวัยวะต่าง ๆ
* ไขมันในช่องท้อง เกิดจากการไม่ออกกำลังกาย
สาเหตุที่ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่หมด เนื่องมาจากชีวิตประวันที่ไม่ค่อยมีการขยับ หรือเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ไม่ออกกำลังกาย ทำให้ใช้พลังงานน้อย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ก็ยังพบภาวะไขมันช่องท้องได้

ขยาย

👇👇👇

ตื่นและหลับ กับระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกาย

ดูเพิ่ม: ไขมันช่องท้อง หรือ Visceral Fat คืออะไร?

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ดูเพิ่ม: ไขมันช่องท้อง หรือ Visceral Fat คืออะไร?

การย่อยไขมันโดยน้ำดีจะไม่มีประสิทธิภาพมากพอ อันนี้ในระยะยาวโรคภัยไข้เจ็บมาแน่ๆ ไม่ใช่ค่อนข้าง แต่มาแน่ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้ดูแลในเรื่องนี้กัน และในส่วนของการกระตุ้นการหลั่งของอะดรีนาลีน (Adrenaline) ของต่อมหมวกไต ต่อมหมวกไตจะอยู่ด้านบนของไต อะดรีนาลีน เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่จะทำให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉงกระชุ่มกระชวย ซึ่งจริงๆแล้วหลากหลายฮอร์โมน แต่ในกรณีที่เป็นฮอร์โมนอะดรีนาลีน เมื่อเราตกใจเกิดเหตุฉุกเฉิน เราอาจจะยกตู้เย็นหนีภัยอันตรายได้ แต่เมื่อเราวางลงแล้วเราจะไปยกเราจะยกไม่ไหวแล้วเป็นต้น

เพราะอะดรีนาลีนจะไปกระตุ้นทุกส่วนในร่างกายทำให้เรามีพลังโดยที่เราไม่คาดคิด

เพราะฉะนั้นจะมีระบบที่ดูแลสุขภาพ ก่อนอื่นและคุณต้องช่วยเหลือตัวคุณเองก่อน
1.เริ่มต้นจากการนอนที่เป็นเวลา สี่ห้าทุ่มไม่เกินเที่ยงคืน
เราต้องทำงานเกินเวลานี้บางครั้ง บางคราว ไม่เป็นไม่เป็นอะไรหรอก แต่ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันๆ คุณอาจจะเจอความพินาศของสุขภาพได้เลย

2.อีกข้อหนึ่งก็คือการควบคุมควบคุมอาหาร แป้งคาร์โบไฮเดรตที่แปลงเป็นไขมัน แล้วคือต้องทานสิ่งเหล่านี้แต่ถ้าทานเยอะเกินไปแล้ว มันจะแปลงเป็นไขมันแน่นอน ข้าวขาว ข้าวเหนียว ขนมหวาน

3. การออกกำลังกาย ที่พอเหมาะพอควร การออกกำลังกายที่มากไปไม่ดีนะ การออกกำลังกายมากไปก็จะทำให้ตัวระบบรวนได้เหมือนกัน การทำอะไรที่หักโหมเกินไปในเรื่องของการออกกำลังกาย ก็ไม่ได้เหมือนกันนะ ต้องสมดุลย์นะ การออกกำลังกายที่หนักเกินไปที่บอกไปซักครู่ มันก็จะทำให้ระบบประสาทภายในรวนได้เหมือนกัน นั่นหมายความว่าคุณ คุณต้องออกกำลังกายแบบสมดุล ไม่ออกกำลังกายเลยก็ไม่ได้นะ

4.การดูแลตัวเองด้วยแพทย์ทางเลือก ในกลุ่มของแร่ธาตุวิตามินและสมุนไพร

เริ่มจากมูนิพลัส ตามมาด้วยยูนิออย และตามมาด้วยไฟโต5
แค่สามตัวก็สามารถทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติอัตโนมัติของคุณนั้นเอาอยู่แล้ว

นั่นหมายความว่าในข้อ 1-2-3 ที่กล่าวมาคุณก็ต้องทำด้วยนะ

ถ้าคุณไม่สมดุลในข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3แล้ว คุณจะมาหวังพึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์อย่างเดียวถามว่าได้ไหม

ได้แน่นอน แต่มันจะไม่ถูกต้องมากนะ เพราะมันจะช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง

ถ้าเกิดคุณต้องการทานสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เต็มประสิทธิภาพกับเงินที่คุณจ่ายไป
คุณต้องทำข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ด้วย จะกลายเป็น immortal เลย อมตะเลย ไม่ได้หมายความว่าไม่ตายนะ แต่ร่างกายจะยังยืนยง ผิวพรรณดีภายในดีภายนอกดีได้เลย นี่คือเคล็ดลับ

ถ้าคุณต้องการดูแลสุขภาพจากภายในออกมาสู่ภายนอกได้นั้น นั่นหมายความว่าคุณต้องสมดุลย์ทุกอย่าง

ขยาย

👇👇👇

ไขมันช่องท้อง—ศัตรูเงียบที่คอยทำลายสุขภาพคุณ
ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

(Visceral Fat): ความเสี่ยงต่อระบบเผาผลาญและโรคเรื้อรัง

Muniplus

ตัวแรกคือมูนิพลัสที่ถูกคิดค้นสูตรขึ้นมาโดยแพทย์เลย

ซึ่งในที่นี้จะ ดึงตัวเด่นๆออกมาไม่พูดทุกตัว ตัวเด่นๆที่จะมาช่วยดูแลในเรื่องของระบบประสาทอัตโนมัติ

คือใน มูลนิพลัสจะมีส่วนประกอบถึง 17 ตัว

ถ้าต้องการดูรายละเอียดข้อมูลสรรพคุณ MuniPlus ทั้งหมด คลิ๊กที่นี่

17 ตัวนี้จะรวม ทั้งในส่วนกลุ่มสมุนไพรต่างๆ รวมด้วยแร่ธาตุ จึงได้ 17
แต่ตัวที่มีมีประโยชน์มากๆ ก็คือตัวในกลุ่มของวิตามินต่างๆ เพราะในตัว มูนิพลัส ของเรามีวิตามินและแร่ธาตุเยอะมันจึงทำให้ดูแลในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทเป็นอย่างดี
มาดูกันว่ามีวิตามินวิตามินอะไรบ้าง

วิตามินบีสาม ประโยชน์เยอะเลย จะควบคุมระบบน้ำตาลในเลือดได้ด้วย ระบบน้ำตาลในเลือดเกี่ยวอะไรกับระบบประสาท เกี่ยวแน่นอน เพราะระบบประสาทคือระบบการไหลเวียนต่างๆในร่างกาย ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระบบการไหลเวียนก็จะติดขัด พอระบบการไหลเวียนติดขัดมีผลต่อ ตับ ไต หัวใจ และม้าม แน่นอน โดยเฉพาะไต เส้นเลือดฝอยวิ่งไปที่ไตเยอะมาก ถ้าเกิดว่าเส้นเลือดฝอยยังตีบยังตัน คุณมีปัญหาโรคไตแน่นอน ทำยังไงก็ได้ให้เส้นเลือดฝอยของคุณยังมีเลือดไหลคล่อง โฟร์ ไต คุณจะมีปัญหาช้าลง

วิตามินอี
ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันการอักเสบ

วิตามินวิตามินบี5
ลดไขมันเลวLDL และเพิ่มไขมันดี HDL
ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีระบบประสาทก็จะดี

วิตามินบี12
บำรุงระบบประสาท เพิ่มสมาธิ คลายความเครียดและความหงุดหงิด ความเครียดและความหงุดหงิดทำให้ระบบประสาทแปรปรวน
ความเครียดความหงุดหงิด บ่อยๆ จะทำให้ระบบประสาทแปรปรวน พอระบบประสาทแปรปรวน ไม่ว่าจะเป็นซิมพาเทติก หรือพาราซินพาเทติก เจอปัญหาแน่ ก็จะเกิดอาการเหนื่อยเพลียอ่อนล้า เมื่อยตามเนื้อตัว

ตัวต่อมาคือ

วิตามินบี6
บำรุงประสาท

วิตามินวิตามินบี 1
บำรุงสมอง และระบบประสาท

วิตามินซี
ชะลอความแก่ชะลอความเสื่อมของเซลล์

วิตามินบี2
ทำหน้าที่ในเรื่องของ การช่วยเร่งในเรื่องของกระบวนการเผาผลาญ

มูนิพลัส ให้ครบ นอกจากในเรื่องของสมุนไพรและเฮิร์บต่างๆ ที่ไม่ได้มารวมในแร่ธาตุวิตามินนี้ คุณเชื่อไหมว่าพวกนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน แต่ว่าจุดเด่นเลย ในมูนิพลัสจะมีแร่ธาตุ วิตามินวิตามินที่เราใส่เอาไว้ในปริมาณที่เข้มข้น นั่นหมายความว่าจะช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในเรื่องของระบบประสาท ของคุณอย่างชัดมากๆเลย

วิธีทานมูนิพลัส
วันละสองแคปซูลก่อนนอน

ดูข้อมูล รายละเอียดของ Muniplus (มูนิพลัส) ได้ที่

Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

Muniplus: กับการดูแลระบบประสาทอัตโนมัติ

ขยาย

👇👇👇

Muniplus: กับการดูแลระบบประสาทอัตโนมัติ
ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

Muniplus: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทอัตโนมัติ

Uni-Oil

Uni-Oil Mixed Oil มีน้ำมันสกัดจากธรรมชาติถึง 12 ชนิด และดูแลให้ประโยชน์ถึง 4 มิติ แต่มิติที่ 3 เป็นมิติที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องของระบบประสาทอัตโนมัติ

มิติที่ 1 ช่วยไหม ช่วย มิติที่ 4 ช่วยไหม ช่วย
แต่มิติที่ 3 เน้นในเรื่องระบบประสาท
จะมีส่วนประกอบอยู่สี่ตัวก็คือ

มิติที่ 3
มีโอเมก้า 3, 6, 9
บำรุงระบบประสาทและสมอง

* Sacha inchi oil (น้ำมันถั่วดาวอินคา)
* Evening primrose oil
(น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส)
* Flax seed (เมล็ดแฟลกซ์)
*Perilla seed oil (น้ำมันเมล็ดงาขี้ม้อน)

พวกนี้จะจะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 6 9 จะโดดเด่นที่สุดเลยในเรื่องการบำรุงระบบประสาทและสมอง

Sacha inchi oil (น้ำมันถั่วดาวอินคา)

Sacha inchi oil
(ซาชา อินจิ ออย)
น้ำมันถั่วดาวอนิคา

– น้ำมันดาวอินคาที่ได้จากการสกัด ถั่วดาวอินคาอบเกลือ หรือถั่วดาวอินคาคั่ว
– ถั่วดาวอินคาจะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงและโอเมก้า 6 และ 9 บำรุงสมอง
– ถั่วดาวอินคายังมีสารไฟโตสเตอรอล หรือสารประกอบอินทรีย์ประเกท
– สเตียรอยด์ที่พบเฉพาะในพืช อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟิโนลิกและ แคโรที
นอยด์
– มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือด
– สามารถต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการออกซิเดชันของไซมัน
– ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมมาบำรุงกระดูกได้ดีขึ้น
– ช่วยบำรุงสุขภาพผิวและผม ช่วยบำรุงผิงผิวให้ชุ่มชื้น

ถั่วดาวอินคา
และงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาท

Evening primrose oil (น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส)

Evening primrose oil
(อีฟนิ่ง พริมโรส ออย)
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส

*ประกอบด้วย Gamma-linolenic acid หรือ Omega-6
*ช่วยลดไมเกรน
*ป้องการอาการไม่พึงประสงค์ก่อนมีประจำเดือน
*ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับปลายประสาทในผู้ป่วยเบาหวาน
*ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
*ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

Flax seed (เมล็ดแฟลกซ์)

Flax seed oil
(แฟล็ก ซีด ออย)
น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์

*มี Omega 3 และลิกแนน
*ช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากโรครูมาตอยด์
*อุดมไปด้วยใขมันดีหลายชนิด และมีโอเมกา 3 ชนิดเดียวกับที่พบ
ในน้ำมันปลา
*ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดอุตันความดัน
โลหิตสูง
*ลิกแนน ทำหน้ำที่คล้ายสำรต้านอนุมูลอิลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ มะเร็ง และชะลอวัย

Perilla seed oil (น้ำมันเมล็ดงาขี้ม้อน)

Perilla seed oil
น้ำมันงาขี้ม้อน

มีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
มีกรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ในปริมาณที่สูง
น้ำมันงาขี้ม้อน นั้นมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 อยู่มากกว่า 50% ของน้ำหนัก
โดยนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงต่อร่างกายของผู้ที่บริโภคอาหารทะเลเป็นประจำ ซึ่งเป็น
อาหารที่มีโอเมก้า-3 ในปริมาณมาก และพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจในเกณฑ์ที่
น้อยมาก เนื่องจากโอเมก้า-3 ช่วยลดระดับกอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด อันเป็นสาเหตุหลัก
ของปัญหาโรคหัวใจ นอกจากนี้ โอเมก้า-3 ยังช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างมuประสิทธิภาพ ให้หลอดเลือดมี
ความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก มีวิตามินบีที่ช่วยบำรุงสมอง ลดอาการไมเกรน

น้ำมันงาขี้ม่อน
อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, 6, 9
จะโดดเด่นที่สุดเลยในเรื่องการบำรุงระบบประสาทและสมอง

วิธีการรับประทาน Uni-Oil ก็คือหลังอาหารเช้า 1 เม็ด
หลังอาหารเย็น 1 เม็ด

ขยาย

👇👇👇

ดูเพิ่มเติม: Uni-Oil: ✅ มิติที่ 3 -ระบบประสาทอัตโนมัติและสมอง
ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ดูเพิ่มเติม: Uni-Oil: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันสกัด 12 ชนิด เพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

PHYTO 5

ไฟโตนิวเทรียนท์ จากผลไม้ 5 สี

ไฟโต ย่อมาจาก ไฟโตนิวเทรียนท์
5 ย่อมาจาก ผลไม้ห้าสี แต่ถ้านับจริงๆมันมีเจ็ดสี

• แดง
• เขียว
• เหลือง-ส้ม
• ม่วง-น้ำเงิน
• ขาว

น้ำเงินกับม่วงเค้ามารวมเป็นอันเดียวกัน
ส้มกับเหลืองเค้าเอามารวมเป็นอันเดียวกัน
มันก็เลยเหลือแค่ห้า

Phyto 5 - Phytonutrients

Phytonutrients
(สารอาหารอื่นๆ) เป็นกลุ่มสารอาหารที่ได้จากพืช ผักผลไม้ให้สีสันต่างๆ มีผลช่วยส่งเสริมสุขภาพของมนุษย์ เช่น ต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ พบมากใน ผัก ผลไม้ 5 สี

ในเรื่องของจักระ จักระ ก็คือเรียงจาก ล่างขึ้นบน ดังนี้:
แดง → ส้ม → เหลือง → เขียว → ฟ้า/น้ำเงิน → คราม → ม่วง/ขาว
คือนับตั้งแต่ส่วนโคนกระดูกสันหลังจนถึงระบบสมอง ถ้าตอนนี้คุณเมนเทรนระบบจักระทั้งเจ็ดได้ นั่นหมายความว่า โซลหรือจิตวิญญาณหรือว่าภายใน หยินหยาง ของคุณก็จะสมดุลได้นั่นเอง

ทีนี้มาดูไฟโตนิวเทรียนท์ จริงๆไฟโตนิวเทรียนท์ มีไมโครนิวเทรียนท์ อยู่ในนี้ด้วย ไมโครนิวเทรียนท์ คืออะไรคือแร่ธาตุวิตามิน

คือ อาหารหลักของคนเรา ก็คือ แม็คโครนิวเทรียนท์ แม็คโครนิวเทรียนท์ คืออะไรคือคาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมัน ที่เราต้องได้รับแม็คโครคือใหญ่

ไมโครนิวเทรียนท์ สารอาหารรองซึ่งขาดไม่ได้ มีความจำเป็น ก็คือพวกแร่ธาตุวิตามิน ต่างๆ
และสารอาหารที่เสริมรองลงมาแล้วไม่ควรขาดเลยก็คือ ไฟโตนิวเทรียนท์ เพราะสามารถต้านอนุมูนอิสระ และบำรุงระบบต่างๆในร่างกายได้เป็นอย่างดีเลย

แต่บังเอิญข้อดีในไฟโต5 ของเรา ก็คือ มีทั้งไมโคร และมีทั้งไฟโตอยู่ในนี้ด้วย
แต่ไขมัน คาร์โบไฮเดรตในนี้ไม่มี โปรตีนในนี้ก็ไม่มี
เราสกัดเฉพาะสารสำคัญ เฉพาะที่มีอยู่ในนี้เท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นคุณจะได้ทั้งไมโครและไฟโต ซึ่งจะช่วยยังไง มาดูกันทีละตัว

ขยาย

👇👇👇

🌿 ทำไมต้อง “พืช 5 สี”?
ขยาย

👇👇👇

พลังแห่งสีสัน – จากผักและผลไม้ 5 สี

พลังแห่งสีสัน – ผักและผลไม้ 5 สี

🥦 สีเขียว (บำรุงสมอง-ต้านอัลไซเมอร์)
✅ อะโวคาโด – ช่วยบำรุงเซลล์สมอง ลดการอักเสบของระบบประสาท
✅ บล็อกโคลี่ – มี ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์
✅ หน่อไม้ฝรั่ง – อุดมไปด้วยโฟเลต ช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง

🍎 สีแดง (ป้องกันหัวใจและสมอง)
✅ เชอร์รี่ – ลดการอักเสบของเซลล์หลอดเลือดและสมอง
✅ แครนเบอร์รี่ – มีสารแอนโธไซยานิน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ
✅ มะเขือเทศ – มีไลโคปีน ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด

🔵 สีน้ำเงิน/ม่วง (เสริมสร้างความจำและผิวพรรณ)
✅ แบล็กเบอร์รี่ – ต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์
✅ สารสกัดเมล็ดองุ่น – บำรุงผิวและเสริมการไหลเวียนโลหิต
✅ บลูเบอร์รี่ – บำรุงสายตาและสมอง

และนอกจากพลังของผักผลไม้ 5 สีแล้ว Phyto 5 ยังมีสารสิทธิบัตร Spectra ซึ่งรวม สารสกัดจากผัก ผลไม้ และสมุนไพรกว่า 27 ชนิด ที่ช่วย ต้านอนุมูลอิสระและดูแลระบบประสาท อย่างล้ำลึก

Phyto 5 – คำตอบของสุขภาพดีจากภายใน

หากคุณต้องการ ดูแลภูมิคุ้มกัน เสริมพลัง ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยให้ ร่างกายแข็งแรงและอ่อนเยาว์ขึ้น Phyto 5 คือทางเลือกที่ดีที่สุด!

สารไฟโตนิวเทรียนท์ วัตถุดิบที่พบ คุณสมบัติเด่น
ไลโคปีน (Lycopene) มะเขือเทศ, เชอร์รี่ ต้านอนุมูลอิสระ, ลดมะเร็งต่อมลูกหมาก, บำรุงหัวใจ
แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) แครอท, แอพริคอต, พีช บำรุงสายตา, เสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านมะเร็ง
เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) แครอท, พีช, แอพริคอต เปลี่ยนเป็นวิตามิน A, ต้านอนุมูลอิสระ
เคอร์คูมิน (Curcumin) ขมิ้น ต้านอักเสบ, ต้านมะเร็ง, ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน
แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) บลูเบอร์รี่, แบล็คเบอร์รี่, แบล็กเคอแรนต์, อะไซอิ, มังคุด, อะโรเนีย ต้านอนุมูลอิสระ, ป้องกันสมองเสื่อม, บำรุงสายตา, ลดอักเสบ
โพลีฟีนอล (Polyphenols) เชอร์รี่, องุ่น, แอปเปิ้ล, บลูเบอร์รี่, ราสพ์เบอร์รี่, แครนเบอร์รี่, หอมหัวใหญ่, อบเชย ต้านอนุมูลอิสระ, ปกป้องสมองและหลอดเลือด, ลดการอักเสบ
ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ขิง, หอมหัวใหญ่, กระเทียม, แอปเปิ้ล, แบล็คเบอร์รี่ เสริมหลอดเลือด, ลดอาการแพ้, ต้านไวรัส
เควอซิทิน (Quercetin) หอมหัวใหญ่, แอปเปิ้ล, กระเทียม ต้านฮิสตามีน, ลดภูมิแพ้, ลดอักเสบ
ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) บร็อคโคลี่ ป้องกันอัลไซเมอร์, ต้านมะเร็ง, กระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษ
กลูต้าไธโอน (Glutathione) หน่อไม้ฝรั่ง ต้านอนุมูลอิสระ, ล้างพิษ, ชะลอวัย
อัลลิซิน (Allicin) กระเทียม ต้านแบคทีเรีย, ลดไขมัน, ลดความดัน
ลูทีน (Lutein) อะโวคาโด บำรุงสายตา, ลดเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม, ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
โปรแอนโธไซยานิดิน (Proanthocyanidins) แครนเบอร์รี่, สารสกัดเมล็ดองุ่น ต้านอนุมูลอิสระแรงสูง, เปลี่ยนแปลงยีนมะเร็ง, บำรุงหลอดเลือด
โอพีซี (OPCs – Oligomeric Proanthocyanidins) สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ป้องกันการเสื่อมของสมอง ผิวหนัง และหลอดเลือด
เอลลาจิก แอซิด (Ellagic Acid) บลูเบอร์รี่, แบล็คเบอร์รี่ ยับยั้งการจับของอนุมูลอิสระกับเซลล์, ลดโอกาสเกิดมะเร็ง
ไฟโตนิวเทรียนท์จากผักผลไม้ 5 สี

👇👇👇

อย่างน้อยนี้ผลไม้สีแดง
เชอรี่จะช่วยปกป้องเซลล์หลอดเลือดและสมองจากการถูกทำลาย และลดการอักเสบ ช่วยให้หัวใจและสมองมีสุขภาพดี นั่นรวมถึงระบบประสาทต่างๆในร่างกายด้วย

ถ้าเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง ก็จะเป็นสารสกัดจาก เกรปซีด หรือว่าเมล็ดองุ่น ต้านการทำลายของเซลล์สมอง ผิวหนังและหลอดเลือด
คือในสมองของเราเหล่านี้ประกอบไปด้วยเซลล์เยอะแยะมากมาย

พอเซลมันตายไป มันต้องถูกสร้างใหม่ ถ้าเผื่อเรามีเซลในหัวเราน้อย มันจะทำให้ความจำของเรารู้สึกช้า รู้สึกไม่กระฉับกระเฉง ไม่ว่องไว เพราะฉะนั้นสารสกัดสำคัญหลายๆตัวที่อยู่ในไฟโตนิวเทรียนท์ ก็จะช่วยในเรื่องของการทำให้เซลสมองเจริญเติบโตและเป็นอย่างดี แล้วก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในสีเขียวก็จะมีอาโวคาโด บร็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง เราจะช่วยในเรื่องของการการอัลไซเมอร์และบำรุงสมอง เพราะในบร็อคโคลี่ก็จะมีซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) คือสารสำคัญมากๆที่อยู่ในนั้น ทำให้บำรุงประสาทได้เป็นอย่างดี

Sulforaphane

Sulforaphane

PM 2.5 induced Apoptosis
ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ปอดจาก
การถูกทำร้ายด้วยฝุ่น PM 2.5

CNS (Alzhemer, Congnitive Impairment,etc.)
ลดความเสี่ยงการเกิดโรค
ทางระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน

Cardiovascular (HF)
ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง

Helicobacter Pylori
ยับยั้งการติดเชื้อ H.pylori ลดโอกาสเกิด
แผลในทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหารอักเสบ

Cancer
ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะมีอีกตัวนึงที่นอกเหนือจากผักผลไม้ห้าสีนั้นก็คือ เทรดมาร์คหรือ สิทธิบัตรที่ชื่อว่า Spectra
ซื้งสเปคต้าตัวนี้ จะอุดมไปด้วย สารสกัดจากผลไม้สารสกัดจากผักและสารสกัดจากสมุนไพรถึง 27 ชนิดเลย ทั้ง 27 ชนิดนี้ จะช่วยดูแลในเรื่องของระบบประสาทเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

Spectra

เทรดมาร์คหรือ สิทธิบัตรที่ชื่อว่า Spectra
ซื่งสเปคต้า ก็คือ สกัดจากผัก สกัดจากสมุนไพร รวมกันกว่า 27 ชนิด
ใส่ลงไปอีกนอกจากผลไม้ห้าสี

🌿 Spectra™ คืออะไร?

Spectra™ เป็นสูตรรวมพลังสารสกัด ผัก, ผลไม้ และสมุนไพร 27 ชนิด ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การรวมวัตถุดิบทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานที่มี “Synergy” เพื่อช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ, ลดการอักเสบเรื้อรัง และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในระดับเซลล์

✅ สารสกัด 27 ชนิดใน Spectra™

  • Broccoli powder & Broccoli sprouts concentrate
  • Onion extract
  • Tomato concentrate
  • Dried carrot
  • Spinach
  • Kale concentrate
  • Brussel sprout concentrate
  • Whole coffee fruits extract
  • Acerola extract
  • Camu Camu powder
  • Acai berry concentrate
  • Mangosteen concentrate
  • Green tea extract
  • Apple extract
  • Turmeric concentrate
  • Garlic
  • Basil concentrate
  • Oregano
  • Cinnamon concentrate
  • Elderberry concentrate
  • Blackcurrant extract
  • Blueberry extract
  • Sweet cherry powder
  • Blackberry powder
  • Chokeberry
  • Raspberry powder
  • Bilberry extract

✅ กลไกการทำงานสำคัญของ Spectra™

  • ลดระดับ Reactive Oxygen Species (ROS) → ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์จาก oxidative stress
  • เพิ่มการสร้าง Nitric Oxide (NO) → ส่งผลดีต่อการไหลเวียนเลือดและสุขภาพหัวใจ
  • กระตุ้นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น SOD, Catalase, Glutathione Peroxidase
  • ลดระดับการอักเสบเรื้อรังในระดับต่ำ (low-grade chronic inflammation) → ชะลอความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะ

✅ หลักฐานทางวิจัย

งานวิจัยทางคลินิก (Stohs et al., 2013) รายงานว่า Spectra™ สามารถช่วยลดการผลิตอนุมูลอิสระ (ROS) และเพิ่มการใช้พลังงานของเซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 60 นาที อีกทั้งยังมีผลต่อการกระตุ้น Nitric Oxide และการปกป้องระบบภูมิคุ้มกันโดยรวม แสดงถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนด้านสุขภาพระดับเซลล์

ขยาย

👇👇👇

🔬 สารสกัด 27 ชนิดใน Spectra™
วัตถุดิบ สี สารสำคัญ ประโยชน์เด่น
ผงบร็อคโคลี่ / Broccoli PowderเขียวSulforaphaneต้านมะเร็ง, เสริมล้างพิษตับ
สารสกัดต้นอ่อนบร็อคโคลี่ / Broccoli Sprouts ConcentrateเขียวGlucoraphaninเสริมภูมิคุ้มกัน, กระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษ
สารสกัดหัวหอม / Onion ExtractขาวQuercetinต้านอักเสบ, ลดความดันโลหิต
มะเขือเทศเข้มข้น / Tomato ConcentrateแดงLycopeneบำรุงผิว, ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก
แครอทอบแห้ง / Dried Carrotส้มBeta-Caroteneบำรุงสายตา, ป้องกันอนุมูลอิสระ
ผักโขม / SpinachเขียวLutein, Zeaxanthinบำรุงสายตา, ลดการเสื่อมของจอประสาทตา
เคลเข้มข้น / Kale ConcentrateเขียวGlucosinolatesดีท็อกซ์ตับ, บำรุงหลอดเลือด
กะหล่ำดาวเข้มข้น / Brussel Sprout ConcentrateเขียวIndole-3-Carbinolช่วยฮอร์โมนสมดุล, ป้องกันมะเร็ง
สารสกัดผลกาแฟทั้งผล / Whole Coffee Fruits Extractน้ำตาลแดงPolyphenols, CGAต้านอนุมูลอิสระ, เพิ่มพลังงาน
อะเซโรลาเชอร์รี่ / Acerola ExtractแดงVitamin C, Polyphenolsเสริมภูมิคุ้มกัน, ชะลอวัย
คามู คามู / Camu Camu Powderม่วงแดงVitamin C, Anthocyaninต้านไวรัส, เสริมภูมิคุ้มกัน
อาซาอิ เบอร์รี่ / Acai Berry Concentrateม่วงเข้มAnthocyanins, Polyphenolsต้านอนุมูลอิสระ, ดีต่อหัวใจ
มังคุด / Mangosteen Concentrateม่วงXanthonesต้านอักเสบ, เสริมภูมิคุ้มกัน
ชาเขียว / Green Tea ExtractเขียวEGCG (Catechins)ต้านอนุมูลอิสระ, กระตุ้นสมอง
แอปเปิล / Apple Extractแดง/เขียวQuercetin, Pectinลดไขมัน, บำรุงหัวใจ
ขมิ้นชัน / Turmeric ConcentrateเหลืองCurcuminต้านอักเสบ, ปกป้องตับ
กระเทียม / GarlicขาวAllicinฆ่าเชื้อ, ลดคอเลสเตอรอล
โหระพา / Basil ConcentrateเขียวEugenolต้านจุลชีพ, ต้านอักเสบ
ออริกาโน / OreganoเขียวCarvacrolเสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านไวรัส
อบเชย / Cinnamon Concentrateน้ำตาลCinnamaldehydeควบคุมน้ำตาล, ต้านจุลชีพ
เอลเดอร์เบอร์รี่ / Elderberry Concentrateม่วงAnthocyaninsต้านไวรัส, เสริมภูมิคุ้มกัน
แบล็คเคอแรนท์ / Blackcurrant Extractม่วงเข้มAnthocyaninsบำรุงสายตา, เสริมต้านไวรัส
บลูเบอร์รี่ / Blueberry Extractม่วงน้ำเงินAnthocyaninsเสริมสมอง, ป้องกันโรคเสื่อม
เชอร์รี่ / Sweet Cherry PowderแดงPolyphenols, Melatoninลดอักเสบ, ช่วยนอนหลับ
แบล็คเบอร์รี่ / Blackberry Powderม่วงดำAnthocyaninsต้านอนุมูลอิสระ, ชะลอวัย
โช้คเบอร์รี่ / Chokeberryม่วงเข้มAnthocyaninsต้านความดัน, เสริมหลอดเลือด
ราสพ์เบอร์รี่ / Raspberry PowderแดงEllagic Acid, Anthocyaninต้านอนุมูลอิสระ, ลดการอักเสบ
บิลเบอร์รี่ / Bilberry Extractม่วงเข้มAnthocyaninsเสริมสายตา, บำรุงหลอดเลือด

วิธีรับประทาน Phyto5
หลังอาหารเช้า 1 เม็ด หลังอาหารเย็น 1 เม็ด

ขยาย

👇👇👇

PHYTO 5 : พลังแห่งไฟโตนิวเทรียนท์จากผักผลไม้ 5 สี
ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ดู:PHYTO 5: แหล่งรวมไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อสุขภาพ

Spectra™: นวัตกรรมสารสกัดพฤกษเคมีที่จดสิทธิบัตร

Spectra™ เป็นสารสกัดจากผัก ผลไม้ และสมุนไพร 27 ชนิด ที่ได้รับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่า ช่วยเพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ (NO) ในร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง โดยช่วยลด Oxidative Stress และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน

บทบาทของไฟโตนิวเทรียนต่อระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน

งานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่า ไฟโตนิวเทรียนท์ใน Phyto 5 สามารถช่วยลด การอักเสบในระบบประสาท (Neuroinflammation) และเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมองผ่านกลไกการต้านออกซิเดชัน โดยเฉพาะ แอนโธไซยานินจากบลูเบอร์รี่และสารฟลาโวนอยด์จากเมล็ดองุ่น มีบทบาทสำคัญในการปกป้องเซลล์ประสาทจากภาวะเครียดออกซิเดชัน

วิธีการรับประทานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

• หลังอาหารเช้า: 1 เม็ด

• หลังอาหารเย็น: 1 เม็ด

แนะนำให้ทาน Phyto 5 ควบคู่กับ Uni-Oil และ Muniplus เพื่อเสริมฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาท

สรุป

Phyto 5 ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวม ไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท หัวใจ หลอดเลือด ไปจนถึงสมอง และด้วยพลังของ Spectra™ ทำให้ Phyto 5 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยชะลอวัย และเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นั่นหมายความว่าทั้งสามตัวนี้ เริ่มต้นหลังจากทานข้าวเช้า
ทานยูนิออยไปเลย 1 เม็ด
ทานไฟโตไฟท์ไปเลย 1 เม็ด
และหลังอาหารเย็นคุณก็ทาน ยูนิออย 1 เม็ด ไฟโต5 1 เม็ด และก่อนนอนคุณทานมูนิพลัส 2 เม็ดไปเลย

บางคนถามว่าทานมูนิพลัส หนึ่งเม็ดก่อนนอน แล้วทานอีกหนึ่งเม็ดหลังอาหารเช้าได้ไหม
ตอบว่าได้
แต่ถ้าจะได้ผลดีดีที่สุดได้ประสิทธิภาพที่สุด เพื่อที่จะให้มันล้อกับนาฬิกาชีวิต ให้มันล้อกับระบบประสาทซิมพาเทติกและพาราซิมพาเทติก การทำงานหรือว่าอวัยวะภายในอื่นๆ คุณต้องทานสองแคปซูลหรือสองเม็ดก่อนนอน จึงจะได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง

Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

วิธีรับประทาน Muniplus
วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน

วิธีการรับประทาน Uni-Oil ก็คือหลังอาหารเช้า 1 เม็ด
หลังอาหารเย็น 1 เม็ด

หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน