รูมาตอยด์ กับโรคเก๊าต์ต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจยังสับสนระหว่างโรครูมาตอยด์กับโรคเก๊าต์ เพราะทั้งสองโรคมีอาการปวดข้อเรื้อรังคล้ายกัน โดยเฉพาะอาการปวด บวม แดง และอักเสบที่ข้อต่อ

แต่ในความเป็นจริง สาเหตุของทั้งสองโรคนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน

โรคเก๊าต์ (Gout)

เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริก (Uric Acid) ในเลือดสูง ซึ่งเป็นผลมาจากการสลายตัวของสารพิวรีน (Purine) ในอาหารและในร่างกาย

เมื่อกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป และไตไม่สามารถขับออกได้หมด กรดยูริกจึงตกผลึก (ยูเรต) ไปสะสมตามข้อต่อ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะที่ข้อนิ้วเท้า ข้อเข่า หรือข้ออื่นๆ

แหล่งของพิวรีนในอาหารส่วนใหญ่ มาจากเนื้อสัตว์และอาหารทะเล เช่น เครื่องในสัตว์, ปลาซาร์ดีน, หอยแมลงภู่ รวมถึงแอลกอฮอล์และน้ำตาลฟรุกโตสจากน้ำอัดลม

ส่วนผักและผลไม้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดเก๊าต์โดยตรง แม้บางชนิดจะมีพิวรีน แต่ก็มีผลต่อระดับกรดยูริกน้อยมาก และยังมีสารต้านการอักเสบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย


ข้ออธิบายทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม (สรุปเข้าใจง่าย):

  • พิวรีน (Purine) เป็นสารประกอบธรรมชาติที่พบได้ทั้งในเซลล์ของร่างกายและในอาหาร โดยเมื่อร่างกายย่อยพิวรีน จะได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายคือ กรดยูริก
  • โรคเก๊าต์เกิดจาก กรดยูริกสูงในเลือด ซึ่งสะสมจนตกผลึกเป็นยูเรตในข้อต่อ
  • อาหารที่กระตุ้นเก๊าต์มากที่สุดคือ: เครื่องในสัตว์, เนื้อแดง, อาหารทะเลบางชนิด, แอลกอฮอล์, น้ำตาลฟรุกโตส
  • ผักส่วนใหญ่ปลอดภัยต่อผู้ป่วยเก๊าต์ แม้มีพิวรีนบ้างแต่ไม่ได้เพิ่มกรดยูริกเท่ากับเนื้อสัตว์
  • Interleukin (IL-6, IL-1β) เป็นสารก่อการอักเสบที่อาจเพิ่มขึ้นในภาวะข้ออักเสบจากผลึกยูเรต แต่ ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของเก๊าต์

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์

กลุ่มอาหาร ควรกิน (พิวรีนต่ำ) กินได้พอประมาณ (พิวรีนปานกลาง) ควรหลีกเลี่ยง (พิวรีนสูง)
เนื้อสัตว์ เนื้อไก่ (ไม่ติดหนัง), ปลาเนื้อขาว เนื้อหมู, เนื้อวัว, เนื้อเป็ด เครื่องในสัตว์, ปลาซาร์ดีน, ปลาทู, หอยแมลงภู่
ผัก ส่วนใหญ่กินได้ เช่น คะน้า, ผักกาดขาว, แตงกวา หน่อไม้ฝรั่ง, เห็ด, ถั่วฝักยาว, ผักโขม -
ถั่วและธัญพืช ข้าวกล้อง, ข้าวโพด, ถั่วเขียว ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง ถั่วดำ, ถั่วแดง, ถั่วเมล็ดแห้ง
ผลไม้ ผลไม้สดทั่วไป เช่น แอปเปิล, ส้ม, กล้วย ทุเรียน, ลำไย ผลไม้แห้งเชื่อม, น้ำผลไม้ผสมน้ำตาล
ไขมัน น้ำมันมะกอก, น้ำมันรำข้าว เนย, มาการีน ไขมันสัตว์
เครื่องดื่ม น้ำเปล่า, ชาสมุนไพร กาแฟดำ, น้ำผลไม้ไม่เติมน้ำตาล เบียร์, เหล้า, น้ำอัดลม
กลุ่มอาหาร: เนื้อสัตว์
ควรกิน: เนื้อไก่ (ไม่ติดหนัง), ปลาเนื้อขาว
กินได้พอประมาณ: เนื้อหมู, เนื้อวัว, เนื้อเป็ด
ควรหลีกเลี่ยง: เครื่องในสัตว์, ปลาซาร์ดีน, ปลาทู, หอยแมลงภู่
กลุ่มอาหาร: ผัก
ควรกิน: คะน้า, ผักกาดขาว, แตงกวา
กินได้พอประมาณ: หน่อไม้ฝรั่ง, เห็ด, ถั่วฝักยาว, ผักโขม
ควรหลีกเลี่ยง: -
กลุ่มอาหาร: ถั่วและธัญพืช
ควรกิน: ข้าวกล้อง, ข้าวโพด, ถั่วเขียว
กินได้พอประมาณ: ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง
ควรหลีกเลี่ยง: ถั่วดำ, ถั่วแดง, ถั่วเมล็ดแห้ง
กลุ่มอาหาร: ผลไม้
ควรกิน: แอปเปิล, ส้ม, กล้วย
กินได้พอประมาณ: ทุเรียน, ลำไย
ควรหลีกเลี่ยง: ผลไม้แห้งเชื่อม, น้ำผลไม้ผสมน้ำตาล
กลุ่มอาหาร: ไขมัน
ควรกิน: น้ำมันมะกอก, น้ำมันรำข้าว
กินได้พอประมาณ: เนย, มาการีน
ควรหลีกเลี่ยง: ไขมันสัตว์
กลุ่มอาหาร: เครื่องดื่ม
ควรกิน: น้ำเปล่า, ชาสมุนไพร
กินได้พอประมาณ: กาแฟดำ, น้ำผลไม้ไม่เติมน้ำตาล
ควรหลีกเลี่ยง: เบียร์, เหล้า, น้ำอัดลม

รูมาตอยด์ กับโรคเก๊าต์ ต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจยังสับสนระหว่าง โรครูมาตอยด์ กับ โรคเก๊าต์ เพราะทั้งสองโรคมีอาการปวดข้อเรื้อรังคล้ายกัน เช่น ข้อบวม ปวด แดง และเคลื่อนไหวลำบาก

แต่สาเหตุของทั้งสองโรคนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง:

โรคเก๊าต์ (Gout)

  • เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูง
  • มักเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง
  • ยูริกตกผลึกที่ข้อ ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน
  • ข้อที่มักเกิด: นิ้วโป้งเท้า, ข้อเข่า

รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

  • เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายข้อของตนเอง
  • ไม่เกี่ยวกับกรดยูริก
  • มักเริ่มที่ข้อนิ้วมือ, ข้อมือ, ข้อเท้า
  • มีอาการเรื้อรัง อาจเกิดกับหลายระบบในร่างกาย

สำหรับโรคเก๊าต์ อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ควรระวัง โดยเฉพาะอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์, ปลาทะเล, น้ำตาลฟรุกโตส และแอลกอฮอล์
ส่วนผักผลไม้ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสาเหตุของกรดยูริกสูง และสามารถรับประทานได้ตามปกติ

พอเราย้ายฝั่งมาดูในส่วนของ รูมาตอยต์
รูมาตอยด์จะเกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

หรือระบบภูมิต้านทานในร่างกาย ไปทำลายและกระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อและกระดูกรอบรอบข้อ

นี่คือความสำคัญ

เก๊าต์ ก็เกิดขึ้นจากการอักเสบ แต่เกิดจากการทานอาหารบางชนิดที่สะสมมากเกินไป

รูมาตอยด์ ก็เกิดจากการอักเสบเหมือนกัน แต่มันเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของเราไปทำลายหรือกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ

อาการดูแล้วเริ่มจะเหมือนกัน
บั้นปลายมันมาจุดจบเดียวกัน นั่นก็คือความเจ็บปวด
แต่ที่มาและสาเหตุของมันมาไม่เหมือนกัน

แต่ว่า อาการของรูมาตอยด์ มันก็จะแตกต่าง ส่วนใหญ่ปวดได้ทุกจุดของร่างกาย แม้ข้อต่อบริเวณคอ ข้อc ตรงไหนก็ตามที่เป็นข้อต่อ ภูมิคุ้มกันของเราสามารถเข้าไปทำลายจุดต่างๆ ทุกจุด ได้ทั้งหมดเลย ถ้าภูมิคุ้มกันของเรามันเกเร

ถ้าเกิดขึ้นที่ข้อนิ้ว มันก็จะเกิดขึ้นในสามส่วนนะ ไม่จำเป็นที่จะเป็นเฉพาะที่ข้อนิ้ว แต่จะเกิดขึ้นที่ข้อต่อระหว่างแขนกับมือ หรือบริเวณข้อต่อนิ้วกับมือ และข้อกลางของนิ้ว เวลาเกิดขึ้นเค้าจะเกิดขึ้นเป็นแพ็คคู่ (ทั้ง 2 ข้าง) มันจะไม่เกิดขึ้นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเหมือนโรคเก๊าต์

เมื่อมันเกิดแล้วมันจะเริ่มเบี้ยว ส่วนใหญ่จะเริ่มเบี้ยวจากนิ้วโป้งไปนิ้วก้อย นิ้วจะเริ่มหงิก และทุกๆนิ้วจะหันไปทางนิ้วก้อยของเรา นี่คือหลักการ มันจะไปตามแนวของการถูกทำลายโดยเซลล์เนื้อเยื่อ และระบบเส้นประสาท ระบบเส้นประสาทของคนเรานี้ ถ้าเป็นมือ มันจะอยู่ตรงกลางข้อมือถึงแขน สังเกตว่าถ้าคุณไปนวดมือ เค้าจะพยายามนวดตรงเส้นตรงกลางนี้ เพื่อให้มันเกิดการไหลเวียนที่ดี ลดกระบวนการการอักเสบต่างๆได้นั่นเอง นี่คือหลักการของทางแพทย์แผนไทย

ทีนี้เราย้อนกลับมา ที่แพทย์ทางเลือก พอคุณเข้าใจแล้วว่า เก๊าต์กับรูมาตอยด์ มีสาเหตุต่างกัน แต่ปลายทางเหมือนกันคือความเจ็บปวด เราจะได้ไปดูแลได้อย่างตรงจุดนะ

ขยาย

👇👇👇

รูมาตอยด์ – ต้องดูแลตั้งแต่ภูมิคุ้มกัน

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

Arthritis: โรคแพ้ภูมิตัวเองที่ส่งผลต่อข้อต่อ

ดูแลได้อย่างตรงจุดนั้นก็คือแบบแรกเลยก็คือไปหาหมอก่อน

ขยาย

👇👇👇

อาการของโรคชิคุนกุนยา จะเป็นยังไง

คุณเคยได้ยินโรคที่ชื่อว่า ชิคุนกุนยา ไหม? ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในภาคใต้ ชิคุนกุนยา ก็เป็นโรคตัวหนึ่ง ที่เกิดจากยุงเป็นพาหะที่ส่งเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียไม่ดีเข้ามาสู่ร่างกาย มันก็เจ็บปวดข้อได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณต้องไปหาหมอก่อน
อันดับแรกถ้าคุณเจ็บปวดข้อ ถ้าคุณไม่มั่นใจว่ามันเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง คุณควรจะไปตรวจก่อนอย่างละเอียด อย่าตีความว่ามันคือ โรคเก๊าต์ หรือ รูมาตอยด์ บางทีคุณอาจจะเลี้ยงสุนัข แล้วเห็บหรือหมัดของมันกัดคุณแล้วปล่อยเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย คุณก็จะเจ็บปวดข้อได้เหมือนกัน เป็นไข้มาลาเรีย หรือ ชิคุนกุนยา ก็เจ็บปวดข้อได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณต้องไปหาสาเหตุก่อนที่คุณจะรักษาตามกระบวนการ

ขยาย

👇👇👇

ที่เจ็บปวดข้อ—คุณมั่นใจหรือยังว่ามันคือรูมาตอยด์?

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

อาการปวดข้อ—อาจไม่ใช่แค่รูมาตอยด์

ก่อนอื่นเราต้องถามคุณว่าคุณไปหาหมอมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง

ไม่ว่าเชื้อต่างๆใดที่ได้กล่าวมา แบคทีเรียหรือเชื้อปรสิตต่างๆที่มาจากเห็บหมัด
แล้วยังมีอีกหลายสาเหตุเลยที่จะทำให้คุณเกิดอาการเจ็บป่วยตามข้อต่างได้

ถ้าเรารู้ สาเหตุแน่ชัดแล้วว่าเราเป็น รูมาตอยด์ ถ้าไปหาหมอ หมอก็จะจ่ายยาในกลุ่มของการลดการอักเสบ แต่การใช้ยาลดการอักเสบไม่ใช่ยาในกลุ่มของการดูแลรูมาตอยด์โดยตรง

คุณหมออาจจะจ่ายยาที่ใช้กับคนไข้มาลาเรีย มันสามารถที่จะลดอาการได้เหมือนกัน
เพียงแต่ว่า มันก็จะมีข้อจำกัด

คุณลองนึกภาพว่าถ้ารูมาตอยด์มันไปเกิดในคนท้อง แล้วยาหลายต่อหลายชนิด มันทำร้ายตัวอ่อนทำร้ายตัวเด็กในครรภ์ได้เลย

เพราะฉะนั้นวันนี้ การเป็นรูมาตอยด์ อันดับแรก ให้คุณไปตรวจดูละเอียดก่อนเลย
แล้วก็ควรจะอยู่ในช่วงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ด้วย

เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ไปตรวจเรียบร้อยแล้ว ได้ยามาแล้ว แล้วคุณดูแลเสริมด้วยสารอาหารที่มีพลานุภาพของเราไม่ว่าจะเป็น

Muniplus (มูนิพลัส) ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน ลดอักเสบระดับเซลล์
U-Profex (ยูโปรเฟกซ์) ช่วยซ่อมแซมข้อต่อและกระดูกอ่อนที่ถูกทำลาย
Uni-Oil (ยูนิออย) ลดการอักเสบของเส้นประสาทและฟื้นฟูเนื้อเยื่อข้อต่อ

เพิ่มเข้าไปเชื่อว่า คุณจะมีชีวิตใหม่ได้เลย

Uni-Oil + U-Profex + Muniplus

U -PROFEX

ทีนี้ถามว่าในส่วนของรูมาตอยด์จริงๆก็คือ ในส่วนของการที่เราต้องใช้ยูโปรเฟกซ์ (U-Profex) ไปช่วย 3 ด้านสำคัญ

เสริมความแข็งแรง…ให้กระดูกและข้อต่อ
ด้วยการบำรุงทั้ง 3 ด้าน

1. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและไขข้อ
ㆍ Green Shell Mussel Powder (ผงหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์)
ㆍ Salmon Nasal Cartilage Extract (สารสกัดจากกระดุกอ่อนจมูกปลาแซลมอมอน)
ㆍ Collagen Type II (คอลลาเจนไทป์ทู)
ㆍ Belliric Myrobararan Extract (สารสกัดจากสมอพิเภก)

2.ช่วยลดอาการปวดและลดการอักเสบ
Shark Cartilage Powder (ผงกระดูกอ่อนปลาฉลาม)
Turmeric Extract (สารสกัดจากขมิ้นชัน)

3. ช่วยเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม
Vitamin D3 (วิตามิน D3)

1. สารอาหารเสริมสร้างกระดูกและไขข้อ

บำรุงด้านที่ 1

จะช่วยในเรื่องของเสริมสร้างกระดูกไขข้อที่เกิดขึ้นจากการอักเสบและถูกทำลายไป
เรื่องนี้ช่วยอยู่แล้ว รูมาตอยด์ก็มีอาการเป็นอย่างนี้เหมือนกัน
ลดอาการเจ็บปวด ลดกระบวนการอักเสบได้ด้วยผงกระดูกอ่อนปลาฉลาม สารสกัดจากขมิ้นชัน ซึ่งก็จะทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นตรงนี้นอกจากช่วยในเรื่องกระดูกทับเส้นประสาทระบบต่างๆแล้ว ยังช่วยในเรื่องของรูมาตอยด์ด้วยนั่นเอง

1. สารอาหารเสริมสร้างกระดูกและไขข้อ

ช่วยเสริมสร้างกระดูกและไขข้อ

* Green Shell Mussel Powder (ผงหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์)

* Salmon Nasal Cartilage Extract (สารสกัดจากกระดุกอ่อนจมูกปลาแซลมอมอน)

* Collagen Type II (คอลลาเจนไทป์ทู)

* Belliric Myrobaran Extract (สารสกัดจากสมอพิเภก)

1.1 สารสกัดจากกระดูกอ่อนจมูกปลาแซลมอน (Salmon Nasal Cartilage Extrac)
ขยาย

1.1 สารสกัดจากกระดูกอ่อนจมูกปลาแซลมอน (Salmon Nasal Cartilage Extrac)

Salmon Nasal Cartilage Extrac
(สารสกัดจากกระดูกอ่อนจมูกปลาแซลมอน)
แซลมอน นาซอล คาร์ทิเลท เอ็กแทรค

เพราะ…. ในสันจมูกอ่อนของปลาแซลมอนมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก นั่นก็คือ
“โปรติโอไกลแคน” (Proteoglycan) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดเดียวกันกับองค์ประกอบกายในกระดูกอ่อนของร่างการมนุษย์
เป็นไกลโคโปรตีน ที่มีรูปร่างคล้ายตาข่ายร่างแห มีหน้าที่จำเพาะในด้านการเสริมสร้างความยึดหยุ่นและลดแรงกระแทกของกระตูก
นักวิจัยในประเทศญี่ปุ่น จึงได้นำสันจมูกอ่อนปลาแซลมอนมาทำการสกัด เพื่อให้ไห้ได้โปรตีโอไกลแคนออกมา

โดยการจะสกัดโปรตีโอไกลแคน

จะต้องใช้ปลาแชลมอน จำนวนมากถึง
1,600 ตัว
เพื่อให้ได้สารสกัด 1 กิโลกรัม

สารสกัดจากกระดูกอ่อนจมูกปลาแซลมอน มีสารสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการและสนับสนุนการฟื้นฟูในผู้ที่มีปัญหา กระดูกและข้อเสื่อม หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยมีคุณสมบัติที่ตรงจุดในด้านการลดการอักเสบ ฟื้นฟูหมอนรองกระดูก และเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อ

กลไกการทำงานของสารสำคัญในสารสกัดกระดูกอ่อนจมูกปลาแซลมอน

ขยาย

1. กลุ่มโปรตีนและกรดอะมิโน

คุณสมบัติ:
• ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ
• สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

• เป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์และฮอร์โมนในร่างกาย

2. กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 fatty acids)

เช่น EPA และ DHA
คุณสมบัติ:
    • ลดการอักเสบในร่างกาย
    • ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
    • บำรุงสมองและระบบประสาท
    • ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อในผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อมและรูมาตอยด์

3. ไกลโคซามิโนไกลแคน (Glycosaminoglycans)

• คุณสมบัติ:
    • ช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อข้อต่อ
    • รักษาความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของข้อต่อ
    • บรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในข้อต่อ

4. แร่ธาตุและวิตามิน

• แร่ธาตุสำคัญ: สังกะสี, ทองแดง, ซีลีเนียม, ไอโอดีน และแมกนีเซียม
วิตามิน: วิตามิน B12, วิตามิน C และวิตามิน E
คุณสมบัติ:
    • สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
    • ป้องกันอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์
    • ช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของระบบประสาท

5. สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

คุณสมบัติ:
   • ป้องกันความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
   • ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและมะเร็ง

6. สารไบโอแอคทีฟอื่นๆ (Bioactive Compounds)

เช่น โพลีแซคคาไรด์และสารประกอบต้านการอักเสบ
คุณสมบัติ:
    • ลดอาการอักเสบในร่างกาย
    • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

สรรพคุณเด่นของหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์

หากต้องการใช้สารสกัดจากหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์เพื่อสุขภาพ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้อาหารทะเล.

Green Shell Mussel Powder
(ผงหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์)
กรีนเชลมัซเซลพาวเดอร์

  • สนับสนุนการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและข้อต่อ
  • กระตุ้นการสร้างน้ำไขข้อ เร่งการซ่อมแซมเส้นเอ็น
  • ลดอาการปวดโดยไม่เกิดผลข้างเคียง
  • เพิ่มอัตราการเคลื่อนไหวของข้อ และลดอาการปวดข้อ

GlycOmega PLUS
หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์
ทำให้อาการปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม
และการเคลื่อนไหวดีขึ้น
อย่างมาก

ขยาย

ส่วนประกอบสำคัญของ Glyc Omega Plus

คุณสมบัติเด่นของ Glyc Omega Plus

กลไกการทำงาน

ประโยชน์ของ Glyc Omega Plus

เหมาะสำหรับใคร?

สรุป:

 

องค์ประกอบหลักของ Lyprinol

 

สรรพคุณของ Lyprinol

เปรียบเทียบ Lyprinol กับน้ำมันปลา

ข้อควรระวัง

• ผู้ที่แพ้ หอยหรืออาหารทะเล ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Lyprinol
• ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ Lyprinol หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่นร่วมด้วย
 

สรุป:

Lyprinol เป็นสารสกัดจากหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์เปลือกเขียวที่มีประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบและบำรุงสุขภาพข้อต่ออย่างปลอดภัย โดยเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ หรือปัญหาการอักเสบในระบบต่างๆ ของร่างกาย.

kollaGen II-xs
คอลลาเจนไทป์ 2
มีความสำคัญต่อสุขภาพและการทำงทำงานของข้อต่อ
จากงานศึกษาวิจัยพบว่า คอลลาเจนชนิดนี้สามารถดูดซึมผ่านลำไส้ และไปสะสมที่กระดูกอ่อน กลไกการทำงานของ Collagen type II ซึ่งเป็นคอลลาเจนบำรุงกระดูก มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับ ข้อต่อและข้อต่อเสื่อมมีอาการดีขึ้น

ขยาย

👇👇👇

 

kollaGen II-xs
คอลลาเจนไทป์ 2
มีความสำคัญต่อสุขภาพและการทำงานของข้อต่อ
ความปวดทั่วไป ลดลง 87.9%
ช่วงของการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ
ความเจ็บปวด ลดลง 76.1%
ความยืดหยุ่น เพิ่มขึ้น 62.4%

Belliric Myrobaran Extract
(สารสกัดจากสมอพิเภก)
บิลลิริก ไมโรบาราน เอ็กแทรค

สารสำคัญที่พบมากในสมอพิเภก ประกอบด้วยสารกลุ่มโพลีฟีนอลและแทนนิน
พบสารกลุ่มฟีนอลิกที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ gallic acid, tannic acid,
syringic acid และ epicatechin รวมทั้งมี ascorbic acid หรือ
วิตามินซี อีกด้วย
การศึกษาฤทธิ์ทางเกสัชวิทยาพบว่า การกลุ่มโพลีฟีนอลและวิตามินซี
มีฤทธิ์ในการด้านอนุมูลอิสระและด้านการอักเสบ

การศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันโรคข้ออักเสบของสมอพิเภค
พบว่าการใช้สารสกัดจากสมอพิเภก ช่วยบำรุงกระดูก และกระดูกอ่อนในระหว่างการรักษาโรคไขข้ออักเสบ

ขยาย

ผลของสมอพิเภกที่มีต่อข้อกระดูกอ่อน (Cartilage Protection and Regeneration)

สมอพิเภก (Terminalia bellirica) มีสารสำคัญที่แสดงผลดีต่อการป้องกันและฟื้นฟูกระดูกอ่อนในข้อต่อ โดยเฉพาะในโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบ (เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมและรูมาตอยด์) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:

1. กลไกการปกป้องกระดูกอ่อนข้อต่อ

1. การลดการสลายของกระดูกอ่อน
    • กระดูกอ่อนข้อต่อถูกทำลายโดยเอนไซม์ MMPs (Matrix Metalloproteinases) โดยเฉพาะ MMP-13 ซึ่งทำหน้าที่สลายคอลลาเจนประเภท II ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของกระดูกอ่อน
    • สารกลุ่มแทนนิน (Tannins) และ gallic acid ในสมอพิเภกช่วยยับยั้งการทำงานของ MMP-13 ลดการสลายโปรตีนในกระดูกอ่อน และป้องกันการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน
2. การลดการอักเสบในข้อต่อ
   • ในโรคข้อเสื่อม การอักเสบในข้อต่อทำให้เกิดความเสียหายต่อกระดูกอ่อน
   • สารในสมอพิเภก เช่น gallic acid และ epicatechin ช่วยลดการหลั่งของสารก่อการอักเสบ (Pro-inflammatory cytokines) เช่น TNF-α, IL-1β, และ IL-6
   • ยับยั้งเส้นทางสัญญาณ NF-κB ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นกระบวนการอักเสบ
3. การลดการสะสมของ Reactive Oxygen Species (ROS)
   • อนุมูลอิสระ (ROS) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ
  • สารโพลีฟีนอล ในสมอพิเภกช่วยกำจัด ROS และลด oxidative stress ที่ทำให้เซลล์กระดูกอ่อน (chondrocytes) เสียหาย

2. การกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์กระดูกอ่อน

1. การกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์กระดูกอ่อน (Chondrocyte Proliferation)
   • การศึกษาในหลอดทดลอง (in vitro) พบว่า gallic acid กระตุ้นการแบ่งตัวและการทำงานของเซลล์กระดูกอ่อน โดยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและโปรตีโอไกลแคน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของกระดูกอ่อน
2. การยับยั้งกระบวนการ apoptosis (เซลล์ตายแบบโปรแกรม)
   • เซลล์กระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพมักเกิดจาก apoptosis ที่ถูกเร่งโดย oxidative stress และการอักเสบ
   • สารต้านอนุมูลอิสระในสมอพิเภก เช่น epicatechin ช่วยปกป้องเซลล์กระดูกอ่อนจากการตาย
3. เสริมการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของกระดูกอ่อน
  • Gallic acid ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิด II และโปรตีโอไกลแคน ซึ่งช่วยเสริมความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกระดูกอ่อน

สมอพิเภก (Terminalia bellirica) ส่งผลต่อ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis, RA) อย่างไรล่ะ

สมอพิเภก (Terminalia bellirica) มีสารสำคัญที่ช่วยลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยจัดการกับ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis, RA)ดังนี้:
 
1. ลดการอักเสบในข้อ
 
โรครูมาตอยด์ เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ (autoimmune disease) ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในข้อและทำลายกระดูกอ่อนและกระดูกใกล้เคียง
• สารสำคัญในสมอพิเภก เช่น gallic acid และ tannic acid
    • ยับยั้งการหลั่งของสารก่อการอักเสบ (pro-inflammatory cytokines) เช่น TNF-α, IL-6, และ IL-1β ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในข้อ
    • ลดการสร้างเอนไซม์ COX-2 และ LOX ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิต prostaglandins และ leukotrienes ที่ทำให้เกิดอาการปวดและบวม
• ผลการศึกษา:
ในสัตว์ทดลองที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เกิดรูมาตอยด์ การใช้สารสกัดสมอพิเภกช่วยลดอาการบวมและลดระดับสารก่อการอักเสบในของเหลวในข้อ
 
2. ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect)
 
• รูมาตอยด์และอนุมูลอิสระ:
ในโรครูมาตอยด์ มีการผลิต อนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species: ROS) ในปริมาณมากในบริเวณข้อที่อักเสบ ทำให้เซลล์กระดูกอ่อนและกระดูกถูกทำลาย
• สารต้านอนุมูลอิสระในสมอพิเภก เช่น gallic acid และ epicatechin
    • ช่วยกำจัด ROS และลด oxidative stress ในเนื้อเยื่อข้อ
    • ป้องกันความเสียหายของเซลล์กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อ
• ผลการศึกษา: การใช้สารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเสื่อมของกระดูกอ่อนในรูมาตอยด์ และสารสกัดจากสมอพิเภกมีค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงในหลอดทดลอง
 
3. ลดการทำลายกระดูกอ่อนและกระดูก
 
ในรูมาตอยด์ กระบวนการอักเสบกระตุ้นการสร้างเอนไซม์ MMPs (Matrix Metalloproteinases) โดยเฉพาะ MMP-13 ที่ทำลายคอลลาเจนในกระดูกอ่อน และกระตุ้นการทำงานของ RANKL ที่ทำให้กระดูกสลาย
    • ผลของสารสำคัญในสมอพิเภก:
    • Gallic acid ช่วยยับยั้งการทำงานของ MMP-13 ลดการสลายคอลลาเจนในกระดูกอ่อน • ลดการทำงานของ osteoclasts (เซลล์ที่ทำหน้าที่สลายกระดูก) โดยยับยั้ง RANKL
 
4. เสริมการฟื้นฟูเนื้อเยื่อข้อ
 
    • สารในสมอพิเภก เช่น gallic acid และ epicatechin ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิด II และโปรตีโอไกลแคนในเซลล์กระดูกอ่อน
    • ช่วยลดการตายของเซลล์กระดูกอ่อน (apoptosis) และเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์กระดูกอ่อน
 
5. ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน (Immunomodulatory Effect)
 
รูมาตอยด์ เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการตอบสนองของ T-cells
• สมอพิเภกช่วยลดการกระตุ้นของ T-cells
    • ลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเกินพอดีที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในข้อ
    • ลดการหลั่ง autoantibodies ที่โจมตีเนื้อเยื่อของตัวเอง
 
6. การศึกษาเกี่ยวกับสมอพิเภกและรูมาตอยด์
 
1. การศึกษาในสัตว์ทดลอง (In Vivo Studies)
 
• วารสาร Journal of Ethnopharmacology (2019): ในหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดข้ออักเสบรูมาตอยด์ สารสกัดจากสมอพิเภกแสดงผลดังนี้:
    • ลดอาการบวมของข้อ
    • ลดระดับ TNF-α และ IL-6
    • ฟื้นฟูความเสียหายของกระดูกอ่อนและกระดูก
 
2. การศึกษาในหลอดทดลอง (In Vitro Studies)
 
• สาร gallic acid และ tannic acid จากสมอพิเภกช่วยยับยั้งการแสดงออกของ MMP-13 และ COX-2 ในเซลล์กระดูกอ่อน
• เพิ่มการสร้างคอลลาเจนและป้องกันการตายของเซลล์กระดูกอ่อน
 
3. การศึกษาในมนุษย์ (Human Studies)
 
• แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์ที่เฉพาะเจาะจงกับรูมาตอยด์ แต่ สูตรสมุนไพรที่มีสมอพิเภก (เช่น Triphala) แสดงผลลดอาการปวดและการอักเสบในโรคข้ออักเสบ
 
ข้อสรุป
 
สมอพิเภกช่วยจัดการกับรูมาตอยด์ผ่านกลไกดังนี้:
1. ลดการอักเสบโดยยับยั้งการหลั่ง cytokines และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้อง
2. ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสียหายของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อข้อ
3. ยับยั้งการสลายกระดูกอ่อนโดยลดการทำงานของ MMPs และ osteoclasts
4. กระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์กระดูกอ่อน
5. ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
 
หมายเหตุ: การใช้สมอพิเภกในผู้ป่วยรูมาตอยด์ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

สมอพิเภกกับโรคเก๊าท์ (Gout) จะเป็นยังไง

ขยาย

สมอพิเภก (Terminalia bellirica) สมุนไพรสำคัญในตำรับยาแผนโบราณ

สมอพิเภก (Terminalia bellirica) เป็นหนึ่งในสมุนไพรสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในตำรับยาแผนโบราณมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในตำรับ ตรีผลา ซึ่งประกอบด้วยสมอพิเภก สมอไทย และมะขามป้อม ตำรับนี้มีการใช้มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดย ฤาษีชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ใช้ตรีผลานี้ในการดูแลสุขภาพของพระพุทธเจ้าและคณะสงฆ์

สารสำคัญในสมอพิเภก

สมอพิเภกมีสารออกฤทธิ์สำคัญในกลุ่ม โพลีฟีนอล (polyphenols) และ แทนนิน (tannins) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
1. ต้านอนุมูลอิสระ:
    • ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ      • ชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย
2. ต้านการอักเสบ:
    • ลดการอักเสบในกระดูกและข้อ
    • บรรเทาอาการปวดจากโรคข้ออักเสบ เช่น โรคข้อเสื่อม และรูมาตอยด์
3. รักษาระดับกรดยูริก:
    • ช่วยลดระดับ กรดยูริก (uric acid) ในเลือด • มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ โดยช่วยลดการสะสมของกรดยูริกในข้อและกระตุ้นการขับออกทางปัสสาวะ
การใช้สมอพิเภกในตำรับยาโบราณ
 
ในอดีต สมอพิเภกถูกนำมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น:
• การหมักผลไม้สามชนิดในตรีผลาให้เกิดเอนไซม์ เพื่อดื่ม ทา หรืออาบ
• ใช้เป็นยาถ่ายหรือยาระบายอ่อน ๆ
• ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและขับสารพิษ
 
ในปัจจุบัน สารสกัดจากสมอพิเภกถูกนำมาใช้ในรูปแบบที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยเน้นปริมาณที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาการอักเสบโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาข้ออักเสบ

ข้อควรระวังในการใช้

 • แม้ว่าสมอพิเภกจะมีประโยชน์ในการลดอาการปวดและรักษาระดับกรดยูริก แต่ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ยังคงต้องควบคุมอาหารและลดการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูงควบคู่กัน • การใช้สมอพิเภกควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต

สรุป

พิวรีน (Purine) เกี่ยวกับโรคเก๊าท์ยังไง

พิวรีน (Purine) เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีโครงสร้างเป็นวงคู่ของอะตอมคาร์บอนและไนโตรเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารพันธุกรรม (DNA และ RNA) ในสิ่งมีชีวิต โดยพิวรีนมีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางชีวเคมีต่าง ๆ ของร่างกาย

โรคเก๊าต์ โรครูมาตอยด์ 

มีตัวช่วยเหมือนกันเลย กับในเรื่องของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น หรือ คนมีปัญหาน้ำข้อเข่าไม่พอ คอลลาเจนในข้อเข่าไม่พอ เยื่ออ่อนของผิวกระดูกถูกทำลาย ด้วยกระบวนการอักเสบใดๆต่างๆ แล้วมันก็จะเกิดการกระทบกันของระบบประสาท อันนั้น ยูโปรเฟกซ์ (U-Profex) เข้าไปทำงานเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะ สมอภิเภก กระดูกอ่อนปลาฉลาม จมูกปลาแซลมอน คอลลาเจนไทป์ 2 ขมิ้นชัน ช่วยได้หมดเลย

2. ป้องกันการสลายตัวของกระดูกอ่อน ช่วยลดอาการปวด-ต้านการอักเสบ

บำรุงด้านที่ 2

ช่วยลดอาการปวดและลดการอักเสบ
* Shark Cartilage Powder (ผงกระดูกอ่อนปลาดลาม)
* Turmeric Extract (สารสกัดจากขมิ้นชัน)

2.1 ผงกระดูกอ่อนปลาฉลาม (Shark Cartilage Powder) ป้องกับการสลายตัวของกระดูกอ่อนข้อต่อ

Shark Cartilage Powder
(ผงกระดูกอ่อนปลาฉลาม)

กระดูกอ่อนปลาฉลาม ประกอบไปด้วย โปรตีน คอลลาเจน และสารในกลุ่ม ไกลโคสอะมิโนไกลแคน Glycosaminoglycans) ซึ่งมีผลในการบรรเทาหรือรักษาระบบข้อต่อ และยังช่วยชะลออาการข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

อีกทั้งยังมีสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ในการด้านการอักเสบ ช่วยป้องกันการ
สลายตัวของกระดูกอ่อน โดยทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ Chondroitinase ที่เข้ามาทำลายคอลลาเจนและโปรตีโอไกลแคน บริเวณกระดูดอ่อน

จึงมีผลทำให้กระดูกอ่อนที่ข้อต่อแข็งยืดหยุ่นสูง
ทนต่อแรงกระแทกได้ดีช่วย

ป้องกันความเสียหายที่เกิดกับข้อต่อและกระดูก และยังอุดมไปด้วย
แร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งจำเป็นต่อกระดูกและฟัน

ขยาย

👇👇👇

ผงกระดูกอ่อนปลาฉลาม (Shark Cartilage Powder) ป้องกันการสลายตัวของกระดูกอ่อนข้อต่อ

ผงกระดูกอ่อนปลาฉลามเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกระดูกอ่อนและข้อต่อ ซึ่งมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ ดังนี้:

ส่วนประกอบสำคัญ

1. โปรตีนและคอลลาเจนไทป์ 2 (Collagen Type II)
    • มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อต่อและหมอนรองกระดูก
    • ช่วยลดโอกาสการเสื่อมสภาพหรือเปราะแตกง่ายของกระดูกอ่อน
2. ไกลโคอะมิโนไกลแคน (Glycosaminoglycans)
    • สารสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและชะลอการเสื่อมของข้อต่อ
    • มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูกระดูกอ่อน
3. สารต้านการอักเสบ
    • ช่วยลดการอักเสบและอาการปวดบริเวณข้อต่อ

กลไกการทำงานสำคัญ

• ยับยั้งเอนไซม์คอนดรอยติเนส (Chondroitinase):
    • เอนไซม์นี้มีบทบาทในการทำลายโปรติโอไกลแคน (Proteoglycan) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน
    • การลดการทำงานของเอนไซม์นี้ช่วยป้องกันการเสื่อมของคอลลาเจนและกระดูกอ่อน
• เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง อีกทั้งยังมีเอนไซม์คอนดรอยติเนสที่เข้าไปทำลายคอลลาเจน ส่งผลให้เกิดการอักเสบและการเสื่อมของข้อต่อรวดเร็วขึ้น
    • สารสกัดจากกระดูกอ่อนปลาฉลาม ช่วยชะลอกระบวนการนี้ ลดการอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการปวด

ประโยชน์เด่นของผงกระดูกอ่อนปลาฉลาม

1. บรรเทาอาการข้อเสื่อม
    • ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน และลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของข้อต่อ
2. ลดการอักเสบและอาการปวด
    • มีฤทธิ์ในการลดอาการอักเสบในบริเวณข้อต่อ ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น
3. ชะลอการเสื่อมของข้อเข่าและหมอนรองกระดูก
  • ป้องกันการสูญเสียความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกระดูกอ่อน
4. เพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องกระดูกอ่อน
    • ลดผลกระทบของเอนไซม์ที่ทำลายกระดูกอ่อนและคอลลาเจน

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

• ผงกระดูกอ่อนปลาฉลามเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการข้อเสื่อม ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้งานข้อต่อหนัก เช่น นักกีฬา • ข้อควรระวัง: • ผู้ที่มีโรคไต โรคเกาต์ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย.

Turmeric Extract
(สารสกัดจากขมิ้นชัน)
เทอมาริก เอ็กแทรค

สารสกัดขมิ้นชัน มีสารเคอร์คูมินอยด์ที่มีฤทธิ์ด้านการอักสบได้หมือนกับยาต้านการอักเสบ ไดโคลฟีแนค ของยาแผนปัจจุบัน ขมิ้นชันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ
ก่อให้เกิดผลดีในการลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมของข้อเข่า โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์และสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบหลายชนิด มีความปลอดภัยสูง
อีกทั้งยังพบอาการข้างเคียงน้อยกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบัน

ขมิ้นชันมีประสิทธิผลใกล้เคียงกับการใช้ยาแก้ปวด
และยาต้านการอักเสบในยาแผนปัจจุบัน

 

3. เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก

บำรุงด้านที่ 3

ช่วยเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม
ㆍ Vitamin D3 (วิตามิน D3)

วิตามิน D3 (Vitamin D3)

Vitamin D3
(วิตามิน D3)
วิตามินดี มีผลต่อกระดูกทางอ้อม
โดยช่วย เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม
ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก

วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย  คือช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหาร และรักษาระดับแร่ธาตุดังกล่าวในเลือดให้เป็นปกติ ยับยั้งการหลั่งฮอร์ไมนพาราไพรอยด์อันเป็นสาเหตุให้เกิดกระบวนการสลายของกระดูก

ขยาย

👇👇👇

 
 

Uni-Oil

  • เก๊า (Gout)
  • รูมาตอยด์ (RA)
  • หมอนรองกระดูกทับเส้น

มีอาการกระดูกทับเส้นประสาท เส้นประสาทอักเสบ ควรทาน ยูนิออย (Uni-Oil) ควบคู่ด้วย

 

สารสำคัญใน ยูนิออย ที่ช่วยดูแลในเรื่องข้อและกระดูก

Black
sesame oil
น้ำมันงาดำ

นำมันงาดำ – ประกอบด้วยสาร Sesamin, vitamin B complex
ช่วยลดการอักเสบจากโรคข้อเข่า

Evening primrose oil
(อีฟนิ่ง พริมโรส ออย)

น้ำมันอีฟนิง พริมโรส ออย – ประกอบด้วย Gamma-linolenic acid
หรือ Omega-6 บรรเทาอาการปวดข้อ

🔎 Uni-Oil กับโรคเก๊า (Gout) - การปรับสมดุลกรดยูริก

🔎 Uni-Oil กับโรคเก๊า (Gout)

เก๊า เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก (Uric Acid) ที่สูงเกินไป → ตกผลึกที่ข้อต่อ → อักเสบ ปวด บวม แดง

🟢 1. ปรับสมดุลกรดยูริก (Uric Acid Balance)

  • สารสกัดจาก น้ำมันงา น้ำมันงาขี้ม่อน น้ำมันงาดำ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว (PUFA) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ที่ช่วย
    • ลดการสร้างกรดยูริกเกินจำเป็น โดยการยับยั้งเอนไซม์ xanthine oxidase (XO) ซึ่งเป็นเอนไซม์หลักในการสร้างกรดยูริก
    • ช่วยขับกรดยูริกออกทางไต (เพิ่มการขับยูริกในปัสสาวะ) ทำให้สมดุลของกรดยูริกในเลือดดีขึ้น

📌 ตรงนี้สำคัญ เพราะเก๊าไม่ได้เกิดแค่ “ผลิตเยอะ” แต่บางคน “ขับออกไม่ดี” → Uni-Oil ทำงานได้สองทาง

🟢 2. ลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Inflammation & Antioxidant)

  • เก๊าเกิดการอักเสบรุนแรงเพราะ ผลึกยูเรตกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ให้ปล่อยสารก่ออักเสบ (Cytokines, ROS)
  • Uni-Oil มีสารสำคัญ เช่น
    • Sesamin, Sesamol (จากงา) → ยับยั้ง NF-κB pathway (ตัวการอักเสบหลัก)
    • Omega-3 จากงาขี้ม่อน → เปลี่ยนการสร้างสารกระตุ้นอักเสบ (Prostaglandins, Leukotrienes) ให้ลดลง
    • วิตามิน E, γ-tocopherol → ลดการทำลายเนื้อเยื่อจากอนุมูลอิสระ (ROS)
  • ผลคือ
    • ลดบวมแดง เจ็บที่ข้อ
    • ปกป้องเซลล์ข้อต่อและเนื้อเยื่อรอบ ๆ จากการถูกทำลายซ้ำ

🟢 3. เสริมการปกป้องไต (ข้อมูลเสริม)

  • กรดยูริกสูงทำให้ ไตเสื่อมเร็วขึ้น (Urate nephropathy)
  • สารต้านอนุมูลอิสระใน Uni-Oil ช่วย ลด oxidative stress ที่ไต → ทำให้ไตกรองและขับยูริกได้ดีขึ้น

✅ สรุปแบบเข้าใจง่าย

Uni-Oil ช่วยผู้ป่วยเก๊าโดย

  1. ลดการสร้างยูริก + เพิ่มการขับออก → ทำให้สมดุลยูริกดีขึ้น
  2. ต้านอักเสบ + ต้านอนุมูลอิสระ → ลดการอักเสบของข้อและปกป้องเซลล์
  3. ช่วยดูแลไต → ทำให้ร่างกายจัดการยูริกได้อย่างยั่งยืน

👉 ดังนั้น Uni-Oil ไม่ใช่แค่ “ลดอาการปวด” แบบยาแก้ปวดทั่วไป แต่เป็นการ จัดการที่ต้นเหตุ ของเก๊า คือ กรดยูริกและการอักเสบเรื้อรัง

ขยาย

👇👇👇

ตารางเปรียบเทียบสารสกัดเด่นกับโรคข้อ

โรค / ภาวะ

สารสกัดเด่น

กลไกหลักที่ช่วย

หมายเหตุ

รูมาตอยด์ (RA)

Evening Primrose Oil (GLA) → ลดอักเสบเรื้อรังของข้อ  – น้ำมันงาดำ (Sesame Oil) → ต้านอนุมูลอิสระ + ปกป้องกระดูกอ่อน  – น้ำมันเมล็ดงาขี้ม้อน, ถั่วดาวอินคา, แฟลกซ์ (Omega-3) → ลด cytokine อักเสบ  – ขมิ้นชัน, กระชาย, สาหร่ายสีแดง

🔹 ลดอักเสบจาก Cytokine (TNF-α, IL-1, IL-6)  🔹 GLA ช่วยลดข้อแข็งและปวด  🔹 งาดำเสริมการปกป้องกระดูกอ่อนและลด oxidative stress

Primrose Oil = จุดเด่นที่สุดใน RA เพราะตรงกับงานวิจัย  งาดำ = ช่วยเสริมไม่ให้ข้อถูกทำลายเร็ว

หมอนรองกระดูกทับเส้น

– น้ำมันงาดำ (Sesame Oil) → เสริมแคลเซียม-แมกนีเซียม, ลดปวด  – ขมิ้นชัน, กระชาย, สาหร่ายสีแดง → ต้านการอักเสบรอบเส้นประสาท  – น้ำมันมะกอก + อะโวคาโด

🔹 ลด การอักเสบของเนื้อเยื่อรอบเส้นประสาท  🔹 งาดำช่วยเสริมแร่ธาตุ (Ca, Mg, Zn) → บำรุงกระดูกและลดการเสื่อม

จุดเด่นอยู่ที่การลดบวม/กดทับเส้นประสาทมากกว่าฮอร์โมน

เก๊า (Gout)

– น้ำมันงาดำ (Sesame Oil) → ต้านอนุมูลอิสระ, ลดปวด  – ขมิ้นชัน, กระชาย, สาหร่ายสีแดง → ลดการอักเสบเฉียบพลัน  – น้ำมันเมล็ดงาขี้ม้อน / Flax (Omega-3)

🔹 ลดการอักเสบจาก ผลึกยูริก  🔹 Antioxidant ปกป้องเซลล์จาก oxidative stress  🔹 Omega-3 ช่วยต้าน cytokine

ไม่มียาที่ละลายผลึกได้เอง → ต้องควบคุมอาหาร + ยาลดกรดยูริก แต่สมุนไพรช่วยบรรเทาอักเสบ

สรุปสั้น ๆ

  • Primrose Oil (GLA) = เด่นใน RA (รูมาตอยด์)
  • งาดำ (Sesame Oil) = เสริมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ หมอนรองกระดูกทับเส้น และ เก๊า เพราะช่วยบำรุงกระดูก + ลดอักเสบ + antioxidant
  • ขมิ้นชัน, กระชาย, สาหร่ายสีแดง = ตัวกลางที่ช่วยได้ครบทั้ง 3 ภาวะ

สารสำคัญใน ยูนิออย ที่ช่วยดูแลในเรื่องข้อและกระดูก

น้ำมันสกัดสำคัญใน ยูนิออย (Uni oil ) ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านการบรรเทาอาการปวดข้อและลดการอักเสบ 
1. น้ำมันงาดำ (Black Sesame Oil):
มีสารสำคัญชื่อ เซซามิน (Sesamin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ โดยเฉพาะในกรณีของโรคข้อเข่าเสื่อม นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง
 
2. วิตามินบีคอมเพล็กซ์ (Vitamin B Complex):
วิตามินบี โดยเฉพาะ วิตามิน B6 (Pyridoxine) และ วิตามิน B12 (Cobalamin) มีบทบาทในการลดการอักเสบของข้อและช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย
 
3. น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil):
มีสาร แกมมา-ไลโนเลนิก แอซิด (Gamma-Linolenic Acid หรือ GLA) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า-6 ที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
 
ทั้งนี้  ควรใช้ควบคู่กับการดูแลสุขภาพในภาพรวม เช่น การออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก ให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล”
 
เพิ่มเติม:
• สารเซซามินยังมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือดและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
• Evening Primrose Oil อาจช่วยบรรเทาอาการของกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) นอกเหนือจากเรื่องข้อ
• ควรระวังการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในผู้ที่มีประวัติแพ้หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ หรือโรคเลือด
ขยาย

👇👇👇

วิธีการรับประทาน Uni-Oil ก็คือหลังอาหารเช้า 1 เม็ด
หลังอาหารเย็น 1 เม็ด

วิธีรับประทานยูนิออยล์ที่ดี เห็นผลที่สุด

เนื่องจากว่าหนึ่งเม็ด 1200 มิลลิกรัม
คุณต้องทาน 2 เม็ดในหนึ่งวัน เพราะร่างกายควรจะได้รับมากกว่า 2000 มิลลิกรัม 2 เม็ดก็คือ 2400 มิลลิกรัม หักลบกลบกันแล้ว เมื่อเวลาดูดซึมไม่ได้เกิดความสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 90% ก็จะเหลือ 2000 มิลลิกรัมพอดี

เช้า 1 เม็ดเย็น 1 เม็ดถึงจะดี ที่สุด

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ยูนิออย (Uni-Oil) ได้ที่:

การบำบัดฟื้นฟู ข้อต่อกระดูก (Joint Recovery treatment) Uni-Oil

สำหรับคนที่เป็นโรค
รูมาตอยด์
อยากจะให้ไปโฟกัสที่ มูนิพลัส (Muniplus)
นั่นหมายความว่านี้ ถ้าคุณรับอยู่โปรเฟกซ์และยูนิออยไปแล้ว รับมูนิพลัสเพิ่มเข้าไป ด้วยนั่นเอง

ทีนี้ถามว่ามูนิพลัส ช่วยอะไร
รูมาตอยด์ เกิดจากการที่ ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติแล้วเริ่มมาทำลายเซลล์แล้วก็เนื้อเยื่อในร่างกายเราเอง ฉะนั้น จะต้องกระตุ้นให้ร่างกายเราเกิดการสมดุลย์ตัวเองให้ได้

Muniplus

Muniplus (มูนิพลัส) จะทำหน้าที่ดูแลภูมิคุ้มกันองค์รวม คือผลิตภัณฑ์เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเราสร้าง immune system ก็คือ ภูมิคุ้มกันแบบองค์รวมขึ้นมา และปรับระบบภูมิคุ้นกัน ให้เกิดความสมดุล

ขยาย

👇👇👇

Muniplus – กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สมดุล

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

Muniplus – นวัตกรรมเสริมภูมิคุ้มกัน

ใน มูนิพลัส มีสารสำคัญจาากสารสกัดอยู่หลากหลายตัวเลย นอกจาก

-แบล็คเอลเดอร์เบอรี่

-ถั่งเช่า

และอีกตัวนึงที่ใส่เอาไว้ในปริมาณที่เข้มข้น นั่นก็คือ

-สารสกัดจากขิง

มันก็จะเข้าไปกระตุ้นร่างกาย เกิดภูมิแล้วเกิดการสร้างสมดุลย์ของภูมินั้น ไม่ให้มากเกินไป ไม่ให้น้อยเกินไป แล้วเข้าไปเยียวยาในบริเวณที่เกิดการอักเสบต่างๆ มันก็จะทุเลาเบาบางในเรื่องของรูมาตอยด์ได้ อันนี้ในส่วนของมูนิพลัส
ที่ต้องทำงานในส่วนนี้

แต่ในส่วนของการที่จะเข้าไปซ่อมแซมในส่วนของส่วนที่สึกหรอ ก็คือยูโปรเฟกซ์นั่นเอง คุณก็ต้องทานควบคู่กันเข้าไปด้วย รวมถึงทานยูนิออยเพื่อลดการอักเสบ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ควบคู่กับการควบคุมกระบวนการในเรื่องของภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ด้วยมูนิพลัสนั่นเอง

ส่วนประกอบสำคัญใน Muniplus เพื่อเเก้ปัญหา ระบบภูมิคุ้มกัน กับ โรครูมาตอยด์

แบล็คเอลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry)

Black Elderberry

ทีนี้เรามาดูประโยชน์
แบล็คเอลเดอร์เบอรี่ (Elderberry)
ซึ่งเราใส่ลงไปในปริมาณที่เข้มข้นมาก

จนอยู่ในมาตรฐาน ที่จะได้รับเครื่องหมายการค้าที่ เป็นสิทธิบัตรที่ชื่อว่า (Elder Mune™)
ซึ่งเบอร์รี่ชิลด์จากประเทศเดนมาร์คตัวนี้ ระบุเอาไว้ว่ามีสารสำคัญที่มาจาก Black Elderberry ในปริมาณที่สูง 

จุดขายที่ทำให้ Elder Mune™ ไม่ธรรมดา

  • มาตรฐานการสกัดสูง (Standardized Extract) – ควบคุมปริมาณสารออกฤทธิ์ (bioactive compounds) ให้คงที่ทุกลอต

  • ความเข้มข้นสูง – 65:1 เข้มกว่าสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ทั่วไปหลายเท่า

  • งานวิจัยหนุน – ผ่านการทดสอบเชิงคลินิกหลายฉบับ ไม่ใช่แค่ความเชื่อพื้นบ้าน

Elderberry เค้าจะมีคุณสมบัติในทางยา ในวงการแพทย์จะรู้ดีเลยใช้สารสกัดจากเอลเดอร์เบอรี่นี้ ในการเป็นยาต้าน แล้วก็ยับยั้งเชื้อไวรัส แต่ในอีกมุมหนึ่ง ในการที่จะช่วยในเรื่องของการไม่ให้เกิดการพัฒนาของเซลล์บริเวณต่างๆ ไปเป็นเซลล์ที่ไม่ดี แบล็คเอลเดอร์เบอรี่ ก็จะเข้าไปควบคุมการทำงานของเซลล์บริเวณนั้นให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติด้วย

นี่คือข้อสำคัญของแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ แต่ว่ามันต้องอยู่ในปริมาณที่สูงพอ ผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่อยู่ตามท้องตลาดก็อาจมีสารสกัดจากแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ได้ เพียงแต่ว่าเค้าใส่สารสำคัญที่อยู่ในแบล็คเอลเดอร์เบอรี่เพียงพอหรือเปล่า ที่จะทำให้มีความสามารถที่จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนนั่นเอง

ทีนี้ ทำไมถึงต้องใช้แบล็คเอลเดอร์เบอรี่
ว่ากันในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน เพราะว่าตัวเค้าเองนั้นมีคุณสมบัติในการเข้าไปกระตุ้นอวัยวะ ออร์แกนภายในหลายต่อหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ไขกระดูก ไม่ว่าจะเป็นต่อมน้ำเหลือง หลายต่อหลายจุดทั่วร่างกาย เฃ่นต่อมไทมัส (thymus gland) บริเวณทรวงอก เพื่อให้เกิดการกระตุ้น นี้คือคุณสมบัติของแบล็คเอลเดอร์เบอรี่

ต่อมไทมัส (thymus gland) เป็นต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่ง อยู่ในระบบน้ำเหลือง อยู่บริเวณหลังกระดูกหน้าอก (sternum) โดยจัดเป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่พบได้เพียงช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น (primary lymphoid organ) ภายหลังจะถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อไขมัน (fat tissue) ต่างๆจนไม่สามารถมองเห็น

จากรายงานของ The ABC Play Clinical Guide to Elder Berry พบว่า เอลเดอร์ เบอร์รี่ช่วยในการรักษาอาการไอ มีไข้ หนาวสั่น คัดจมูก มีน้ำมูก อาการไข้ไข้หวัดใหญ่ รวมไปถึงเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยในรายงานอธิบายผล การออกฤทธิ์ของเอลเดอร์เบอร์รี่ ต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่หรือ Influenza virus เกิดจากการที่สารสำคัญในเอเดอร์เบอร์รี่กลุ่ม Cyanidin-3-Sambubioside (แอนโทไซยานิน Anthocyanins) สามารถไปจับกับ ไกลโคโปรตีน Hemagglutinin Protein บนผิวไวรัส ส่งผลยับยั้งการเกาะติดของเชื้อไวรัสกับเซลล์ในร่างกายและทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ ระบบภูมิคุ้มกันจึงจำกัดเชื้อไวรัสได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการของโรคไข้หวัด

ขยาย

👇👇👇

Elderberry – เกราะป้องกันจากธรรมชาติ เพื่อภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

Black Elderberry – สารต้านไวรัสและเสริมภูมิคุ้มกันระดับสูง

CORDYCEP-ถังเช่า

นอกจากคุณสมบัติของแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดดีๆออกมาแล้ว ยิ่งตัวแบล็คเอลเดอร์เบอรี่ไปผนึกกำลังกับ Cordycep Extract (คอดีเซ็บ เอ็กเเซร็กท์) หรือว่าถั่งเช่า จะเกิดประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

สรรพคุณ จากสารสำคัญในถังเช่า  

ถั่งเช่า (Cordyceps) เป็นสมุนไพรที่มีการใช้งานในแพทย์แผนจีนมายาวนาน สารสกัดสำคัญที่พบในถั่งเช่า มีดังนี้:

1. คอร์ไดเซปิน (Cordycepin) – เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด บำรุงไต ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยเพิ่มกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย เสริมสร้างระบบ ภูมิคุ้มกัน ปรับสภาพสมดุลในร่างกายร่างกาย ต้านมะเร็ง ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง

2. อะดีโนซีน (Adenosine) – ช่วยในการขยายหลอดเลือด ด้านการแข็งตัวของเลือด ต้านลิ่มเลือด ปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด และลดการอักเสบ

3. โพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) – สารนี้เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการลดการเติบโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอล กระตุ้นเซลล์ให้ตื่นตัวและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ยืดอายุชะลอความเสื่อม ของเซลล์ ทำลายและยับยั้งอนุมูลอิสระ

4. SOD (Superoxide dismutase) ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ต้านการอักเสบ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญมากในการต่อต้านความเครียดออกซิเดชันในร่างกาย เอนไซม์นี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการบำบัดที่ดีต่อโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

5. กรดคอร์ไดเซปิก (Cordycepic Acid) – เพิ่ม Metabolism ของร่างกาย ป้องกันเลือดออกในสมอง ลิ่มเลือด โรคโรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด เพิ่มความทนทานของร่างกายและช่วยในการเผาผลาญพลังงาน

6. วิตามินและแร่ธาตุ – เช่น วิตามินบี12, วิตามินอี, ซิงค์, และซีลีเนียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน

สารเหล่านี้รวมกันทำให้ถั่งเช่ามีคุณสมบัติทางยาหลายประการ เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มพลังงาน ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปรับสมดุลของร่างกาย

สารสำคัญในถั่งเช่า แยกออกมาหลักๆเป็น 5 ตัว

ทีนี้เค้าจะเข้าไปกระตุ้นให้อวัยวะภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูก ต่อมไทมัส  แล้วก็ ลิ้มโหนด หรือน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลืองต่างๆ
ตัว ไทรอยด์ ทอนซิล ก็ถือว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง สร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมา

สรรพคุณ จากสารสำคัญในถังเช่า

Cordycepin

+Cordycepin เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด บำรุงไต ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยเพิ่มกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย เสริมสร้างระบบ ภูมิคุ้มกัน ปรับสภาพสมดุลในร่างกายร่างกาย ต้านมะเร็ง ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง

Cordycepic Acid เพิ่ม Metabolism ของร่างกาย ป้องกันเลือดออกในสมอง ลิ่มเลือด โรคโรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด

polysaccharides

+polysaccharides ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการลดการเติบโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอล กระตุ้นเซลล์ให้ตื่นตัวและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ยืดอายุชะลอความเสื่อม ของเซลล์ ทำลายและยับยั้งอนุมูลอิสระ

+Adenosine ด้านการแข็งตัวของเลือด ต้านลิ่มเลือด

+SOD การอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ต้านการอักเสบ (Superoxide dismutase)

ขยาย

👇👇👇

Cordyceps – ถั่งเช่า ตัวช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ระบบภูมิคุ้มกัน

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

บทบาทในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ใน Cordyceps (ถั่งเช่า)

Ginger Extract - ขิง

ในวงการแพทย์มีการวิจัยมาเรียบร้อย (งานวิจัยระดับโลก) แล้วว่า สารสกัดจากขิง GINGER EXTRACT เขามีความสำคัญอย่างมีนัยยะสำคัญ สามารถช่วยลดการอักเสบและทำให้ระบบ ภูมิคุ้มกันของเราต้านอนุมูลอิสระ ได้ดีขึ้น

ขยาย

👇👇👇

Ginger Extract – ขิง สมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่ธรรมดา

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

Ginger Extract (สารสกัดจากขิง) กับคุณสมบัติ

นั่นหมายความว่า ถ้าวันนี้คุณเป็นรูมาตอยด์ นอกจากคุณดูแลระบบประสาท ลดการอักเสบด้วยยูนิออยแล้ว นอกจากซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอบริเวณข้อต่อต่างๆด้วย ยูโปรเฟกซ์ แล้ว คุณต้องปรับสมดุลย์ของระบบภูมิคุ้มกันด้วยมูนิพลัสแล้วก็เสริมลดกระบวนการอักเสบนั่นเอง

นี่ก็คือเนื้อหาใจความทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวกับโรครูมาตอยด์ ที่นำมาแบ่งปัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Muniplus (มูนิพลัส) ได้ที่:

Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

นอกจากรักษาข้อกระดูกแล้ว ทำไมถึงต้องทานมูนิพลัส (Muniplus) ถ้าเป็น รูมาตอยด์

เพราะว่ารูมาตอยด์ เกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่ปกติ
เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องทาน มูนิพลัส เพื่อซ่อมแซมภูมิภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติด้วย

ไม่แนะนำให้ทานเสริมอาหารทุกชนิด
คนท้องอยู่ในช่วงภาวะที่เปราะบางอ่อนไหว เซนซิทีฟ ควรจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ และอาหารการกินที่แพทย์กำหนดเท่านั้น เมื่อคลอดเสร็จแล้วทานได้เลย

คนเป็นเก๊าต์ กับรูมาตอยด์ ทานยูนิออยล์ดูแลการอักเสบและฟื้นฟู

ตัว ยูโปรเฟกซ์ ไม่ว่าจะเป็นโรคเก๊าต์หรือโรครูมาตอยด์ จะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

และมูนิพลัสก็จะเข้าไปช่วยในเรื่องของระบบการฟื้นฟู

คนเป็นเก๊าตัวมูนิพลัสอาจไม่จำเป็น ทานแค่ยูโปรเฟกซ์กับยูนิออย

แต่ถ้าเป็นรูมาตอยด์ จำเป็นต้องทานมูนิพลัสเพื่อไปปรับสมดุลย์ระบบภูมิคุ้มกัน

ถ้าเด็กสุขภาพดีก็ไม่ต้องทานให้สิ้นเปลือง
ถ้าภูมิคุ้มกันตภูมิคุ้มกันต่ำ แนะนำว่าช่วงห้าหกขวบก็ทานได้แล้ว แต่ ถ้าในโดสครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่

5-6 ขวบ ก็ทานได้แล้วแต่ต้องเป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน

อาจทานวันละหนึ่งเม็ดตอนเช้าหรือหนึ่งเม็ดก่อนนอนก็ได้

จัดเต็ม ได้เลย เพราะจะทำให้ร่างกายเราไม่ตกไปด้วย

ขยาย

👇👇👇

ถาม - ตอบ Muniplus และรูมาตอยด์

ขยายข้อมูลทางวิชาการ

👇👇👇

ถาม - ตอบ Muniplus และรูมาตอยด์

วิธีรับประทาน Muniplus
วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Muniplus (มูนิพลัส) ได้ที่:

วิธีรับประทาน ยูโปรเฟกซ์ (U-Profex)
วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน
 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ยูโปรเฟกซ์ (U-Profex) ได้ที่:

วิธีการรับประทาน Uni-Oil ก็คือหลังอาหารเช้า 1 เม็ด
หลังอาหารเย็น 1 เม็ด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ยูนิออย (Uni-Oil) ได้ที่: