ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
ภูมิคุ้มกัน - โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจมี 2 ส่วน
คือส่วนบนและส่วนล่าง
โรคระบบทางเดินหายใจมี 2 ส่วน
คือส่วนบนและส่วนล่าง
ส่วนบนพบได้บ่อยที่สุด หนีไม่พ้นเลยในเรื่องของโรคหวัด ซึ่งพบได้ ราว 60 ถึง 70% ของโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส (ส่วนใหญ่) ซึ่งจริงๆแล้วเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบหายใจมีมากกว่า 200 ชนิดขึ้นไป
และนอกจากนี้ยังอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
-หวัดที่เกิดจาก เชื้อไวรัส
-หวัดที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย
เพราะฉะนั้นมันค่อนข้างที่จะแตกต่าง ใครเคยเป็นหวัด เป็นไข้เบาๆไม่ได้สูงมาก มีอาการปวดเมื่อยตามตัวกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ไอจาม คัดจมูก เป็นอยู่ห้าวันเจ็ดวัน พวกนี้ติดเชื้อไวรัส
แต่ถ้าไข้ขึ้นสูงมากเลย น้ำมูกมีสีเขียวปนเหลือง
พวกนี้จะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
คุณสังเกตไหม เวลาไปหาหมอหมอจะถามน้ำมูกใสหรือเขียว ไอหรือจาม คอแดงหรือไม่
ไข้ขึ้นเท่าไหร่ หมอจะได้จ่ายยาได้ถูก
เพราะการจ่ายยา ดูแล คนเป็นหวัดที่ติดเชื้อไวรัส
กับคนที่เป็นหวัดจากแบคทีเรีย การให้ยาไม่เหมือนกัน
อันนี้เป็น เรื่องสำคัญ
แล้วทีนี้ไวรัสมันต่างจากแบคทีเรียยังไง
ไวรัสเป็นอะไรที่ค่อนข้างเรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว
คืออนุภาคและโครงสร้างของเค้าไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายมีขนาดเล็ก
ส่วนแบคทีเรียจะเป็นจุลชีพเซลล์เดียว ที่คล้ายเซลล์มีชีวิต มีขนาดใหญ่กว่า เพราะฉะนั้นมันค่อนข้างที่จะแรงกว่า
นี้คือระบบทางเดินหายใจส่วนบน
แล้วส่วนที่สองล่ะ
คือ ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
เช่นอะไรบ้าง
ส่วนบน ก็ส่วนใหญ่เป็นหวัดไง
ส่วนล่าง ก็จะเป็นหลอดลมอักเสบ โรคปอดอักเสบ
เป็นโรคที่พบบ่อยแล้วก็จะมีอาการ ตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงมาก อาการของโรคหลอดลมอักเสบก็จะเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่นจากการติดเชื้อ ระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆนั่นเอง
PM 2.5 ปัญหาระบบทางเดินหายใจ
หากฝุ่นละออง PM 2.5 กลับมาสูงเกินมาตรฐาน
ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายใน ระบบ
ทางเดินหายใจ โดยหากได้รับในปริมาณ
มากหรือเป็นเวลานาน จะสะสมในปอด ทำ
ให้สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลง
ผู้ที่มีโรคเรื้อรังในระบบการหายใจ เช่น โรค
หืด ถุงลมโป้งพอง หรือจมูกอักเสบจาก
ภูมิแพ้ ก็อาจจะเกิดอาการกำเริบขึ้นได้
PM2.5 คืออะไร
ฝุ่น PM2.5 หรือชื่อเต็มคือ Particulate matter with diameter of less than 2.5 micron เป็นฝุ่นละออง ขนาดจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็น 1 ใน 8 ตัว วัดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ
พีเอ็ม 2.5 จะทำให้เกิด ผลเสียต่อร่างกายในระบบทางเดินหายใจ
เป็นปัญหาต่อร่างกาย โดยหากได้รับในปริมาณมาก และติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะสะสมในปอด ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไปสะสมในปอด จะทำให้สมรรถนะการทำงานของปอดนั้นลดลง ผู้ที่มีโรคเรื้อรังอยู่แล้ว เช่นโรคหืดหอบ ถุงลมโป่งพอง จมูกอักเสบ ภูมิแพ้ ก็จะกำเริบได้ง่ายมาก เมื่อมีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เข้าไป
พีเอ็ม 2.5 มันเล็กขนาดไหน
มันเล็ก ถ้าเราใช้กล้องส่องนะ เราผ่าเส้นผมของเรา 25 ส่วน หนึ่งส่วนนั้นคือขนาดของพีเอ็ม 2.5
หรือจะพูดอย่างหนึ่งก็คือ
พีเอ็ม 2.5 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของเรา 25 เท่า
มันเล็กมากมันจึงแทรกซึม ซอกซอน ไปตามเยื่อบุต่างๆ มันจึงค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่ากลัวนะ มันเป็นภัยที่จะเรียกว่าภัยเงียบ เพราะทุกคนชินกับมันแล้วไม่ว่าจะเป็นไวรัสโคโรนาไวรัส ไม่ว่าจะเป็นพีเอ็ม 2.5
เพราะฉะนั้นโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ มันก็จะมีปัญหาในเรื่องของระบบทางเดินหายใจของเราทั้งระบบ และปลายสุดก็ไปที่เรื่องของปอด ถ้าคุณบอกว่าการหายใจไม่ทั่วท้อง
การมีปัญหาของปอด มันคือปัญหาเล็กๆหรอ ไม่ใช่ เพราะอะไร คุณลองนึกภาพตาม ถ้าเวลาปอด ฟอก ออกซิเจน เพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่โลหิตเพื่อจะไปเลี้ยงอวัยวะภายในส่วนต่างๆของร่างกาย ถ้าตัวปอดเองทำงานได้ไม่ดี ทำงานผิดปกติ แล้วอวัยวะอื่นๆ ออแกนภายในอื่นๆ ของร่างกายเราจะอยู่อย่างไร พวกเราลองนึกภาพตาม นั่นหมายความว่าอย่าดูเบาในเรื่องของการดูแลตัวเอง ในเรื่องของระบบทางเดินหายใจระบบ ทั้งหมดมันเกี่ยวเนื่องกันทั้งระบบ
ภูมิคุ้มกัน & โรคระบบทางเดินหายใจ
ขยาย
![]()
![]()
![]()
ภูมิคุ้มกัน & โรคระบบทางเดินหายใจ
ภูมิคุ้มกัน & โรคระบบทางเดินหายใจ
ภูมิคุ้มกัน & โรคระบบทางเดินหายใจ
ร่างกายของเราต้องเผชิญกับศัตรูตัวร้ายในอากาศทุกวัน! ระบบทางเดินหายใจเป็นหนึ่งในด่านแรกที่ต้องรับมือกับเชื้อโรค มลภาวะ และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลักๆ:
1. ระบบทางเดินหายใจส่วนบน
“หวัด” คือตัวป่วนที่ทุกคนเคยเจอ มันเป็นโรคที่พบมากที่สุดในหมู่โรคทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉลี่ยแล้ว 60-70% ของโรคในระบบนี้มาจากเชื้อไวรัส ที่มีมากกว่า 200 ชนิด! แต่มันก็สามารถเกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
• หวัดจากเชื้อไวรัส: อาการไม่รุนแรงมาก เป็นไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยเนื้อตัว คัดจมูก ไอ จาม เจ็บคอเล็กน้อย อาการมักจะดีขึ้นใน 5-7 วัน
• หวัดจากเชื้อแบคทีเรีย: อาการหนักกว่า ไข้สูง น้ำมูกข้นสีเหลือง-เขียว ไอหนักขึ้น คอแดง อาการแบบนี้มักต้องได้รับยาปฏิชีวนะในการรักษา
ทำไมหมอถึงถามว่าน้ำมูกใสหรือเขียว? เพราะนี่เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าคุณกำลังติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งมีแนวทางรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง!
แต่รู้ไหมว่า “ไวรัส” กับ “แบคทีเรีย” ต่างกันยังไง?
• ไวรัส: ตัวเล็กจิ๋วแต่โหดร้าย มันเข้าไปฝังตัวในเซลล์ของเราเพื่อขยายพันธุ์
• แบคทีเรีย: ใหญ่กว่า และสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยเซลล์อื่น
2. ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
นี่คือระดับที่รุนแรงขึ้น! ถ้าการติดเชื้อลงไปลึกกว่าระบบทางเดินหายใจส่วนบน โรคที่พบบ่อย ได้แก่
• หลอดลมอักเสบ: เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือการระคายเคืองจากสารเคมี
• ปอดอักเสบ: หนักขึ้นไปอีก อาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือแม้แต่ PM2.5 ที่เป็นภัยร้ายเงียบ!
⸻
PM2.5: ฝุ่นจิ๋ว อันตรายยิ่งใหญ่!
ทุกวันนี้เราเผชิญกับ PM2.5 กันแทบทุกวัน แล้วมันคืออะไร?
PM2.5 (Particulate Matter ≤ 2.5 Micron) คือฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋วที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (เล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ถึง 25 เท่า!) ขนาดที่เล็กขนาดนี้ทำให้มันสามารถ แทรกซึมเข้าไปในปอด และกระแสเลือด ได้ง่ายมาก
ผลกระทบต่อร่างกาย:
• ทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง
• กระตุ้นอาการของโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง ภูมิแพ้กำเริบ
• เสี่ยงต่อ โรคปอดเรื้อรัง และมะเร็งปอด
ลองจินตนาการว่าปอดของคุณต้องกรองสิ่งแปลกปลอมพวกนี้ทุกวัน! ถ้าปอดไม่สามารถฟอกอากาศที่ดีให้ร่างกายได้ อวัยวะอื่นๆ ก็จะขาดออกซิเจนและทำงานผิดปกติ
ดังนั้น อย่าปล่อยให้ระบบทางเดินหายใจของคุณต้องทำงานหนักเพียงลำพัง! หันมาใส่ใจสุขภาพ ป้องกัน และดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
ขยายข้อมูลทางวิชาการ
![]()
![]()
![]()
ภูมิคุ้มกัน - โรคระบบทางเดินหายใจ
ภูมิคุ้มกัน - โรคระบบทางเดินหายใจ
ระบบทางเดินหายใจมีโครงสร้างซับซ้อนและทำหน้าที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ โรคที่เกิดขึ้นในระบบนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับหลัก ได้แก่
1. ระบบทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Respiratory Tract Infections, URTIs)
โรคในส่วนนี้มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือในบางกรณีอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยพบได้บ่อยในรูปแบบของ โรคหวัด (Common Cold) ซึ่งเป็นการติดเชื้อไวรัสมากกว่า 200 สายพันธุ์
• การติดเชื้อไวรัส (Viral Infections): อาการมักไม่รุนแรง เช่น มีไข้ต่ำ เจ็บคอ ไอ จาม และน้ำมูกใส การรักษามักเน้นที่การบรรเทาอาการ และปล่อยให้ร่างกายฟื้นตัวเอง
• การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Infections): มักมีอาการรุนแรงกว่า มีไข้สูง น้ำมูกสีเขียว-เหลือง และมักต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา
ความแตกต่างระหว่างไวรัสและแบคทีเรีย
• ไวรัส: ไม่มีโครงสร้างเซลล์ที่สมบูรณ์ ต้องอาศัยเซลล์โฮสต์ในการเพิ่มจำนวน
• แบคทีเรีย: เป็นเซลล์เดี่ยวที่สามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้เอง
2. ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Respiratory Tract Infections, LRTIs)
โรคในระบบนี้มีความรุนแรงมากขึ้น และสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)
• หลอดลมอักเสบ (Bronchitis): มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือสารก่อการระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่
• ปอดอักเสบ (Pneumonia): อาจเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย อาการรุนแรงขึ้นและอาจต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล
⸻
PM2.5 และผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
PM2.5 (Particulate Matter ≤ 2.5 Micron) เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 ตัวชี้วัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Standards)
อันตรายของ PM2.5
• ขนาดเล็กมาก: มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ถึง 25 เท่า สามารถเข้าสู่ถุงลมปอด และแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด
• ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ: ลดสมรรถภาพการทำงานของปอด กระตุ้นอาการของโรคเรื้อรัง เช่น หืดหอบ ถุงลมโป่งพอง และโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
• ก่อให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์: เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็งปอด
กลไกที่ PM2.5 ทำลายร่างกาย
เมื่อหายใจเอา PM2.5 เข้าไป ฝุ่นละอองเหล่านี้จะไปกระตุ้น การอักเสบในระดับเซลล์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งนำไปสู่ ความเสียหายของเนื้อเยื่อปอด และหลอดเลือด
ดังนั้น การป้องกันและลดความเสี่ยงจากมลภาวะ รวมถึงการดูแลภูมิคุ้มกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพของระบบทางเดินหายใจ
Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
วิธีรับประทาน Muniplus
วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน
Phyto 5 : ต้านอนุมูลอิสระ
วิธีรับประทาน PHYTO 5 ก็คือ
หลังอาหารเช้า 1 เม็ดหลังอาหารเย็น 1 เม็ด
Uni-Oil : มิติที่ 1 และ มิติที่ 4
วิธีการรับประทาน Uni-Oil ก็คือหลังอาหารเช้า 1 เม็ด
หลังอาหารเย็น 1 เม็ด