Phyto 5 – ราชินีแห่งภูมิคุ้มกัน
ทีนี้เรามาดู Phyto 5
มูนิพลัส ยูนิออย และไฟโต5 สามตัวนี้ถือว่าเป็นราชินีของภูมิคุ้มกันเลยทีเดียว และผลพลอยได้จากภูมิคุ้มกันจากภายในก็คือ เรื่องของความมีออราเปล่งปลั่งของผิวพรรณ
ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ทานอาหารควบคุมแป้ง
นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
แล้วคุณทานสามตัวนี้ คุณจะดูอมตะ เพราะว่ามันจะดูแลอย่างครอบคลุม cover แทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของภูมิคุ้มกันและต้านเชื้อจุลชีพจากภายนอก คือ ไวรัสและ แบคทีเรียต่างๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย
ต้องเข้าใจคำนี้ก่อนคือ
ต้นสาย กับ ปลายเหตุ
มูนิพลัสจะเข้าไปแก้ปัญหา สำหรับคนที่
1. ต้องการป้องกัน
2. ต้องการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
แต่ไฟโต5 จะโฟกัสหรือเน้นที่เรื่องของการป้องกันโดยเฉพาะ แล้วเข้าไปเสริมกระบวนการฟื้นฟูด้วยนั่นเอง
เรามาดูว่ามันป้องกันได้แบบไหน คือเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายร้อยละร้อย เกิดขึ้นจากอนุมูลอิสระ (Free Radical) หรือ ว่า Oxidant / ออกซิแดนต์ ต่างๆที่เกิดขึ้นนั่นเอง
ขยาย
![]()
![]()
![]()
Phyto 5 – ราชินีแห่งภูมิคุ้มกัน
Phyto 5 – ราชินีแห่งภูมิคุ้มกัน
Phyto 5 – ราชินีแห่งภูมิคุ้มกันและพลังแห่งไฟโตนิวเทรียน
ถ้าพูดถึงสุดยอดการดูแลสุขภาพระดับเซลล์ Phyto 5 คือคำตอบ!
ร่วมกับ Muniplus และ Uni-Oil สามตัวนี้คือ ราชินีแห่งภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ไม่ใช่แค่ป้องกันโรค แต่ยังทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ มีออร่า และเปล่งปลั่งจากภายใน
ลองนึกภาพว่าคุณเป็นคนที่…
✅ ออกกำลังกายเป็นประจำ
✅ ควบคุมอาหาร ลดแป้ง และทานของที่มีประโยชน์
✅ นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
แล้วคุณเสริมด้วย Phyto 5, Muniplus และ Uni-Oil สิ่งที่คุณจะได้ไม่ใช่แค่สุขภาพดีขึ้น แต่ร่างกายจะได้รับการดูแล ครอบคลุมทุกระบบ โดยเฉพาะ ภูมิคุ้มกันและการต้านเชื้อจุลชีพ เช่น ไวรัสและแบคทีเรีย
⸻
ในไฟโต 5 จะเป็นผักผลไม้ห้าสีที่ไม่ใช่แม็คโครนิวเทรียนท์ แม็คโครนิวเทรียนท์ ก็คือพวกอาหารในกลุ่ม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ที่ให้พลังงาน
Micronutrients (สารอาหารรอง) สำคัญยังไร
Micronutrients
(สารอาหารรอง)
เป็นกลุ่มที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย
ไม่ให้พลังงานแต่ก็ขาดไม่ได้ เพราะมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการ
ทำงานต่างๆ
ของร่างกาย ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง
เช่น พวกวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ
แล้วก็ ไมโครนิวเทรียนท์ พวกแร่ธาตุวิตามินในไฟโต5 มี แต่มีแฝงอยู่ในสารสกัดผลไม้ต่างๆ
Phyto 5 - Phytonutrients
Phytonutrients
(สารอาหารอื่นๆ) เป็นกลุ่มสารอาหารที่ได้จากพืช ผักผลไม้ให้สีสันต่างๆ มีผลช่วยส่งเสริมสุขภาพของมนุษย์ เช่น ต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ พบมากใน ผัก ผลไม้ 5 สี
แต่ เต็มๆของเค้าเลยก็คือ ไฟโตนิวเทรียนท์ คือสารสกัดจากผลไม้ห้าสีนั่นเอง ซึ่งมีอยู่หลากหลายเลย
ขยาย
![]()
![]()
![]()
ดูเพิ่ม : ต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ – อนุมูลอิสระ
ดูเพิ่ม : ต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ – อนุมูลอิสระ
รู้ไหมว่า… เซลล์ที่ผิดปกติในร่างกาย กว่า 100% เกิดจากอนุมูลอิสระ (Free Radicals) หรือที่เรียกว่า Oxidant
สิ่งเหล่านี้มาจากมลภาวะ อาหารแปรรูป ความเครียด และการใช้ชีวิตประจำวันของเรา
Phyto 5 ทำงานอย่างไร?
Phyto 5 เป็น ขุมพลังของไฟโตนิวเทรียนท์ จากผักและผลไม้ 5 สี ซึ่งให้ประโยชน์ที่มากกว่าแค่ “วิตามินและแร่ธาตุ”
• ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) คือ สารสกัดที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• ไมโครนิวเทรียนท์ (Micronutrients) คือ วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
📌 ข้อดีของ Phyto 5 คือมี ทั้งไฟโตนิวเทรียนท์และไมโครนิวเทรียนท์ แต่ไม่มีไขมัน คาร์โบไฮเดรต หรือโปรตีนส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการ
ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) จากผักผลไม้ 5 สี
ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) จากผักผลไม้ 5 สี
ไฟโตนิวเทรียนท์ จากผลไม้ 5 สี
ไฟโต ย่อมาจาก ไฟโตนิวเทรียนท์
5 ย่อมาจาก ผลไม้ห้าสี แต่ถ้านับจริงๆมีเจ็ดสี
• แดง
• ส้ม-เหลือง
• เขียว
• น้ำเงิน-ม่วง
• ขาว
น้ำเงินกับม่วงเค้ามารวมเป็นอันเดียวกัน
ส้มกับเหลืองเค้าเอามารวมเป็นอันเดียวกัน
ก็เลยเหลือแค่ห้า
ในเรื่องของจักระ จักระ ก็คือเรียงจาก ล่างขึ้นบน ดังนี้:
แดง → ส้ม → เหลือง → เขียว → ฟ้า/น้ำเงิน → คราม → ม่วง/ขาว
คือนับตั้งแต่ส่วนโคนกระดูกสันหลังจนถึงระบบสมอง ถ้าตอนนี้คุณเมนเทรนระบบจักระทั้งเจ็ดได้ นั่นหมายความว่า โซลหรือจิตวิญญาณหรือว่าภายใน หยินหยาง ของคุณก็จะสมดุลได้นั่นเอง
ทีนี้มาดูไฟโตนิวเทรียนท์ จริงๆไฟโตนิวเทรียนท์ มีไมโครนิวเทรียนท์ อยู่ในนี้ด้วย ไมโครนิวเทรียนท์ คืออะไรคือแร่ธาตุวิตามิน
คือ อาหารหลักของคนเรา ก็คือ แม็คโครนิวเทรียนท์ แม็คโครนิวเทรียนท์ คืออะไรคือคาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมัน ที่เราต้องได้รับแม็คโครคือใหญ่
ไมโครนิวเทรียนท์ สารอาหารรองซึ่งขาดไม่ได้ มีความจำเป็น ก็คือพวกแร่ธาตุวิตามิน ต่างๆ
และสารอาหารที่เสริมรองลงมาแล้วไม่ควรขาดเลยก็คือ ไฟโตนิวเทรียนท์ เพราะสามารถต้านอนุมูนอิสระ และบำรุงระบบต่างๆในร่างกายได้เป็นอย่างดีเลย
แต่บังเอิญข้อดีในไฟโต5 ของเรา ก็คือ มีทั้งไมโคร และมีทั้งไฟโตอยู่ในนี้ด้วย
แต่ไขมัน คาร์โบไฮเดรตในนี้ไม่มี โปรตีนในนี้ก็ไม่มี
เราสกัดเฉพาะสารสำคัญ เฉพาะที่มีอยู่ในนี้เท่านั้นเอง
เพราะฉะนั้นคุณจะได้ทั้งไมโครและไฟโต ซึ่งจะช่วยยังไง มาดูกันทีละตัว
ขยาย
![]()
![]()
![]()
รู้จัก “จักระ” (Chakra) พลังงานภายในที่เชื่อมโยงร่างกาย และจิตวิญญาณ
🔮 รู้จัก “จักระ” (Chakra) พลังงานภายในที่เชื่อมโยงร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
คำว่า “จักระ” (Chakra) มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “วงล้อ” หรือ “ศูนย์กลางของพลังงาน” เป็นแนวคิดที่มีรากฐานจากคัมภีร์โยคะและอายุรเวทของอินเดีย เชื่อว่าในร่างกายมนุษย์มีพลังงานสำคัญหมุนเวียนผ่าน “จักระ” ที่กระจายอยู่ทั่วร่าง แต่มี 7 จักระหลัก ที่สำคัญที่สุดเรียงตัวตามแนวกระดูกสันหลัง จากฐานจนถึงกลางกระหม่อม
📍 จักระทั้ง 7: ตำแหน่ง สี ความหมาย
| ลำดับ | ชื่อจักระ | ตำแหน่ง | สีสัญลักษณ์ | เชื่อมโยงกับ | คำสำคัญ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | มูลธาระ (Root) | โคนกระดูกสันหลัง | แดง | ความปลอดภัย การเอาตัวรอด | ความมั่นคง |
| 2 | สวาธิษฐาน (Sacral) | ท้องน้อย | ส้ม | ความรู้สึก ความสัมพันธ์ | พลังสร้างสรรค์ |
| 3 | มณีปุระ (Solar Plexus) | เหนือสะดือ | เหลือง | ความมั่นใจ อัตตา | พลังจิตใจ |
| 4 | อนาหตะ (Heart) | กลางหน้าอก | เขียว | ความรัก เมตตา | ความสัมพันธ์ |
| 5 | วิศุทธะ (Throat) | ลำคอ | ฟ้า | การสื่อสาร ความจริง | การแสดงออก |
| 6 | อาชญะ (Third Eye) | ระหว่างคิ้ว | คราม | สัญชาตญาณ ญาณทัศนะ | การรู้แจ้ง |
| 7 | สหัสราระ (Crown) | กลางกระหม่อม | ม่วง/ขาว | จิตวิญญาณ จักรวาล | ความตื่นรู้ |
🌿 ทำไม “จักระ” ถึงสำคัญ?
ถ้าจักระสมดุลและเปิดอย่างอิสระ พลังชีวิต (Prana) จะไหลเวียนได้ดี ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี อารมณ์นิ่ง และจิตใจสงบ ในทางกลับกัน ถ้าจักระอุดตันหรือบกพร่อง อาจทำให้เกิดภาวะเครียดเรื้อรังหรือปัญหาสุขภาพ
🧘 วิธีดูแล “จักระ” ให้สมดุล
- โยคะ: ท่าโยคะเฉพาะจุด เช่น ท่าภูเขา/ท่างู
- สมาธิ: ฝึกกำหนดลมหายใจพร้อมสวด Mantra
- สีบำบัด: สวมใส่หรือรับพลังสีประจำจักระ
- หินธรรมชาติ: ใช้คริสตัลเสริมพลัง เช่น อเมทิสต์
- พัฒนาตนเอง: ฝึกสังเกตอารมณ์ ปล่อยวางความยึดติด
⚖️ จักระกับ “หยิน–หยาง”
แม้ “จักระ” จะมาจากอินเดีย ขณะที่ “หยินหยาง” จากจีน แต่ทั้งสองแนวคิดล้วนพูดถึง สมดุลของพลังงาน ที่เกื้อหนุนกัน เช่น จักระเน้นแนวพลังงานจากล่างขึ้นบน ขณะที่หยินหยางเน้นความสมดุลของพลังนิ่ง–พลังเคลื่อนไหว
📿 พุทธศาสนากับจักระ
ในพุทธวัชรยาน (เช่น ทิเบต) มีแนวคิดใกล้เคียงจักระผ่านการฝึก “ตันตระ” และ “ปาณายามะ” ซึ่งมีการกล่าวถึงศูนย์พลังงาน (คล้ายจักระ) และเส้นพลังงาน “อิทา–ปิงคลา–สุษุมนา” ที่สอดคล้องกับระบบพลังงานของโยคะ และใช้ร่วมกับสมาธิและการฝึกจิต
✅ สรุป
จักระคือระบบพลังงานภายในที่เชื่อมโยงร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ การดูแลจักระไม่ใช่เพียงเรื่องจิตวิญญาณ แต่เป็นกระบวนการพัฒนาตนเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อเข้าถึงความสมดุลในทุกมิติของชีวิต
🌿 ทำไมต้อง “พืช 5 สี”?
🌿 ทำไมต้อง “พืช 5 สี”?
🔬 Phyto 5 – พลังไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช 5 สี
เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ฟื้นฟูเซลล์อย่างลึกระดับ DNA
⸻
🌿 ทำไมต้อง “พืช 5 สี”?
ในธรรมชาติ ผัก ผลไม้ และสมุนไพรแต่ละสี ล้วนสะท้อนสารสำคัญเฉพาะที่เรียกว่า “ไฟโตนิวเทรียนท์” (Phytonutrients) ซึ่งทำหน้าที่ ปกป้องเซลล์จากความเสื่อม ช่วยล้างพิษ ต่อต้านอนุมูลอิสระ และสนับสนุนภูมิคุ้มกัน อย่างเป็นระบบ
Phyto 5: พลังธรรมชาติจากผักผลไม้ 5 สี
ขยาย
![]()
![]()
![]()
Phyto 5: พลังธรรมชาติจากผักผลไม้ 5 สี
Phyto 5: พลังธรรมชาติจากผักผลไม้ 5 สี
Phyto 5: พลังธรรมชาติจากผักผลไม้ 5 สี เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์
คุณเคยรู้สึกไหมว่า… ในแต่ละวันร่างกายของเราถูกโจมตีจากอนุมูลอิสระ ทั้งจากมลภาวะ อาหารแปรรูป ความเครียด และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่มีผลกระทบในทันที แต่ในระยะยาว มันคือสาเหตุของความเสื่อมของเซลล์ โรคเรื้อรัง และปัญหาสุขภาพต่าง ๆ
แต่นี่คือข่าวดี! ธรรมชาติได้มอบอาวุธอันทรงพลังให้กับเรา นั่นก็คือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่พบได้ในผักและผลไม้หลากสี พวกมันทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน
Phyto 5 – รวมพลังจากธรรมชาติ เพื่อการปกป้องที่ครบถ้วน
Phyto 5 ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไป แต่มันคือ Super Antioxidant ที่คัดสรรไฟโตนิวเทรียนท์จากผักและผลไม้ 5 สีหลัก รวมถึง Spectra™ ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้รับการรับรองสิทธิบัตรระดับโลก ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชกว่า 27 ชนิด
แต่ละสีของ Phyto 5 มีพลังที่แตกต่างกัน:
• แดง: เสริมสร้างหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
• เขียว: ดีท็อกซ์ร่างกายและบำรุงเซลล์
• เหลือง-ส้ม: เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงสายตา
• ม่วง-น้ำเงิน: ชะลอวัยและดูแลสมอง
• ขาว: ปกป้องเซลล์และลดการอักเสบ
เมื่อทุกสีมารวมกันใน Phyto 5 ร่างกายของคุณจะได้รับการปกป้องอย่างครอบคลุม เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้คุณแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก
ขยายข้อมูลทางวิชาการ
![]()
![]()
![]()
ดูเพิ่ม: Phyto 5: ไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช 5 สี กับคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
ดูเพิ่ม: Phyto 5: ไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช 5 สี กับคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
Phyto 5: ไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช 5 สี กับคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) เป็นกลุ่มสารพฤกษเคมีที่พบในพืช มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพ โดยเฉพาะ การต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และปกป้องเซลล์จากความเสียหายของออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมของเซลล์และโรคเรื้อรัง
Phyto 5 เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวมสารสกัดจากผักและผลไม้ 5 สีหลัก โดยแต่ละสีมีสารออกฤทธิ์สำคัญที่ช่วยดูแลร่างกายในมิติที่แตกต่างกัน
คุณสมบัติของ Phyto 5 ตามหลักวิทยาศาสตร์
1. ไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช 5 สี:
• แดง → เสริมสุขภาพหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือด
• เขียว → กระตุ้นการดีท็อกซ์ของร่างกายและตับ
• เหลือง-ส้ม → บำรุงสายตา และเสริมภูมิคุ้มกัน
• ม่วง-น้ำเงิน → ต้านการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของสมอง
• ขาว → ลดการอักเสบ ปกป้องเซลล์จากความเสียหาย
2. Spectra™: Super Antioxidant ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร
Spectra™ เป็นสารสกัดรวมจาก 27 ชนิดของผัก ผลไม้ และสมุนไพร ที่ผ่านการวิจัยพบว่า ช่วยลดค่าปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 60 นาทีหลังบริโภค
3. ประโยชน์ต่อร่างกาย:
• ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์
• ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
• สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
• ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและสมอง
สรุป
Phyto 5 เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ โดยอาศัยพลังของไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช 5 สี และ Spectra™ ที่ได้รับการรับรองสิทธิบัตร ทำให้ Phyto 5 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงในการดูแลสุขภาพโดยรวม
⸻
Phyto 5 - Phytonutrients
Phytonutrients
(สารอาหารอื่นๆ) เป็นกลุ่มสารอาหารที่ได้จากพืช ผักผลไม้ให้สีสันต่างๆ มีผลช่วยส่งเสริมสุขภาพของมนุษย์ เช่น ต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ พบมากใน ผัก ผลไม้ 5 สี
| สารไฟโตนิวเทรียนท์ | วัตถุดิบที่พบ | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|---|
| ไลโคปีน (Lycopene) | ● มะเขือเทศ, ● เชอร์รี่ | ต้านอนุมูลอิสระ, ลดมะเร็งต่อมลูกหมาก, บำรุงหัวใจ |
| แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) | ● แครอท, ● แอพริคอต, ● พีช | บำรุงสายตา, เสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านมะเร็ง |
| เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) | ● แครอท, ● พีช, ● แอพริคอต | เปลี่ยนเป็นวิตามิน A, ต้านอนุมูลอิสระ |
| เคอร์คูมิน (Curcumin) | ● ขมิ้น | ต้านอักเสบ, ต้านมะเร็ง, ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน |
| แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) | ● บลูเบอร์รี่, ● แบล็คเบอร์รี่, ● แบล็กเคอแรนต์, ● อะไซอิ, ● มังคุด, ● อะโรเนีย | ต้านอนุมูลอิสระ, ป้องกันสมองเสื่อม, บำรุงสายตา, ลดอักเสบ |
| โพลีฟีนอล (Polyphenols) | ● เชอร์รี่, ● องุ่น, ● แอปเปิ้ล, ● บลูเบอร์รี่, ● ราสพ์เบอร์รี่, ● แครนเบอร์รี่, ● หอมหัวใหญ่, ● อบเชย | ต้านอนุมูลอิสระ, ปกป้องสมองและหลอดเลือด, ลดการอักเสบ |
| ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) | ● ขิง, ● หอมหัวใหญ่, ● กระเทียม, ● แอปเปิ้ล, ● แบล็คเบอร์รี่ | เสริมหลอดเลือด, ลดอาการแพ้, ต้านไวรัส |
| เควอซิทิน (Quercetin) | ● หอมหัวใหญ่, ● แอปเปิ้ล, ● กระเทียม | ต้านฮิสตามีน, ลดภูมิแพ้, ลดอักเสบ |
| ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) | ● บร็อคโคลี่ | ป้องกันอัลไซเมอร์, ต้านมะเร็ง, กระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษ |
| กลูต้าไธโอน (Glutathione) | ● หน่อไม้ฝรั่ง | ต้านอนุมูลอิสระ, ล้างพิษ, ชะลอวัย |
| อัลลิซิน (Allicin) | ● กระเทียม | ต้านแบคทีเรีย, ลดไขมัน, ลดความดัน |
| ลูทีน (Lutein) | ● อะโวคาโด | บำรุงสายตา, ลดเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม, ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก |
| โปรแอนโธไซยานิดิน (Proanthocyanidins) | ● แครนเบอร์รี่, ● สารสกัดเมล็ดองุ่น | ต้านอนุมูลอิสระแรงสูง, เปลี่ยนแปลงยีนมะเร็ง, บำรุงหลอดเลือด |
| โอพีซี (OPCs – Oligomeric Proanthocyanidins) | ● สารสกัดจากเมล็ดองุ่น | ป้องกันการเสื่อมของสมอง ผิวหนัง และหลอดเลือด |
| เอลลาจิก แอซิด (Ellagic Acid) | ● บลูเบอร์รี่, ● แบล็คเบอร์รี่ | ยับยั้งการจับของอนุมูลอิสระกับเซลล์, ลดโอกาสเกิดมะเร็ง |
อย่างน้อยนี้ผลไม้สีแดง
เชอรี่จะช่วยปกป้องเซลล์หลอดเลือดและสมองจากการถูกทำลาย และลดการอักเสบ ช่วยให้หัวใจและสมองมีสุขภาพดี นั่นรวมถึงระบบประสาทต่างๆในร่างกายด้วย
ถ้าเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง ก็จะเป็นสารสกัดจาก เกรปซีด หรือว่าเมล็ดองุ่น ต้านการทำลายของเซลล์สมอง ผิวหนังและหลอดเลือด
คือในสมองของเราเหล่านี้ประกอบไปด้วยเซลล์เยอะแยะมากมาย
พอเซลมันตายไป มันต้องถูกสร้างใหม่ ถ้าเผื่อเรามีเซลในหัวเราน้อย มันจะทำให้ความจำของเรารู้สึกช้า รู้สึกไม่กระฉับกระเฉง ไม่ว่องไว เพราะฉะนั้นสารสกัดสำคัญหลายๆตัวที่อยู่ในไฟโตนิวเทรียนท์ ก็จะช่วยในเรื่องของการทำให้เซลสมองเจริญเติบโตเป็นอย่างดี แล้วก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในสีเขียวก็จะมีอาโวคาโด บร็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง จะช่วยในเรื่องของการการอัลไซเมอร์และบำรุงสมอง เพราะในบร็อคโคลี่ก็จะมีซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) คือสารสำคัญมากๆที่อยู่ในนั้น ทำให้บำรุงประสาทได้เป็นอย่างดี
Sulforaphane
Sulforaphane
PM 2.5 induced Apoptosis
ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ปอดจาก
การถูกทำร้ายด้วยฝุ่น PM 2.5
CNS (Alzhemer, Congnitive Impairment,etc.)
ลดความเสี่ยงการเกิดโรค
ทางระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน
Cardiovascular (HF)
ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง
Helicobacter Pylori
ยับยั้งการติดเชื้อ H.pylori ลดโอกาสเกิด
แผลในทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหารอักเสบ
Cancer
ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จะมีอีกตัวนึงที่นอกเหนือจากผักผลไม้ห้าสีนั้นก็คือ เทรดมาร์คหรือ สิทธิบัตรที่ชื่อว่า Spectra
ซื้งสเปคต้าตัวนี้ จะอุดมไปด้วย สารสกัดจากผลไม้สารสกัดจากผักและสารสกัดจากสมุนไพรถึง 27 ชนิดเลย
ทั้ง 27 ชนิดนี้ จะช่วยดูแลในเรื่องของระบบประสาทเป็นอย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งเราจะกล่าวถึงในลำดับต่อไป
ไฟโตนิวเทรียนท์จากผักผลไม้ 5 สี
![]()
![]()
![]()
🔴 กลุ่ม “สีแดง” (Red Group)
🔴 กลุ่ม “สีแดง” (Red Group)
สารสำคัญเด่น: ไลโคปีน (Lycopene), แอนโทไซยานิน (ในผลสีแดงเข้มบางชนิด), โพลีฟีนอล (Polyphenols)
✅ รายการวัตถุดิบ:
1. มะเขือเทศ (Tomato)
• สารสำคัญ: ไลโคปีน (Lycopene), เบต้าแคโรทีน
• ประโยชน์: บำรุงผิวพรรณ, ลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก, ชะลอความเสื่อมของเซลล์
2. เรดราสพ์เบอร์รี่ (Red Raspberry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, กรดเอลลาจิก (Ellagic acid)
• ประโยชน์: ต้านอนุมูลอิสระ, ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ, เสริมระบบภูมิคุ้มกัน
3. เชอร์รี่หวาน (Sweet Cherry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, เควอซิทิน, โพลีฟีนอล
• ประโยชน์: ต้านการอักเสบ, ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น, ต้านอนุมูลอิสระสูง
4. อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry)
• สารสำคัญ: วิตามินซีสูงมาก, แคโรทีนอยด์, ฟลาโวนอยด์
• ประโยชน์: เสริมภูมิคุ้มกัน, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, ต้านไวรัส
5. แครนเบอร์รี่ (Cranberry)
• สารสำคัญ: โปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidins), ฟลาโวนอยด์
• ประโยชน์: ดูแลระบบทางเดินปัสสาวะ, ต้านแบคทีเรีย, ป้องกันการติดเชื้อ
6. มังคุด (Mangosteen)
• สารสำคัญ: แซนโทน (Xanthones)
• ประโยชน์: ต้านการอักเสบ, ต้านเชื้อแบคทีเรีย, ส่งเสริมสุขภาพผิว
⸻
-เชอร์รี่ (Cherry) มีสารต้านอนุมูลอิสระ หลายชนิดรวมถึง Polyphenol จำนวนมาก ช่วยปกป้องเซลล์หลอดเลือดและสมองจากการถูกทำลายและลดการอักเสบ ช่วยให้หัวใจและสมองมีสุขภาพดี
-แครนเบอร์รี่ (Cranberry) มีวิตามินซีสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม Proanthocyanidins ที่พบมากมายผลแครนเบอร์รี่ สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนมะเร็งและนำไปสู่การตายของเซลล์มะเร็งได้
-มะเขือเทศ (Tomato) อุดมไปด้วย Lycopene ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยขัดขวางและหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
🟠 กลุ่ม “สีส้ม / เหลือง” (Orange / Yellow Group)
🟠 กลุ่ม “สีส้ม / เหลือง” (Orange / Yellow Group)
สารสำคัญเด่น: แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) เช่น เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene), ลูทีน (Lutein), ซีแซนทีน (Zeaxanthin), เควอซิทิน (Quercetin)
✅ รายการวัตถุดิบ:
1. แครอท (Carrot)
• สารสำคัญ: เบต้าแคโรทีน, ลูทีน, ซีแซนทีน
• ประโยชน์: บำรุงสายตา, ปกป้องจอประสาทตา, ชะลอความเสื่อมของเซลล์
2. พีช (Peach)
• สารสำคัญ: เบต้าแคโรทีน, วิตามินซี, ฟลาโวนอยด์
• ประโยชน์: เสริมภูมิคุ้มกัน, ช่วยในการย่อยอาหาร, ป้องกันผิวเสื่อม
3. แอพริคอต (Apricot)
• สารสำคัญ: เบต้าแคโรทีน, วิตามินเอ, วิตามินซี
• ประโยชน์: บำรุงผิว, ป้องกันภาวะสายตาเสื่อม, ช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน
4. ขิง (Ginger)
• สารสำคัญ: จินเจอรอล (Gingerol), โชกาออล (Shogaol)
• ประโยชน์: ลดการอักเสบ, ป้องกันอาการคลื่นไส้, เพิ่มการไหลเวียนเลือด
5. ขมิ้น (Turmeric)
• สารสำคัญ: เคอร์คูมิน (Curcumin)
• ประโยชน์: ต้านการอักเสบ, ปกป้องตับ, ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
6. หอมหัวใหญ่ (Onion Extract)
• สารสำคัญ: เควอซิทิน (Quercetin), ซัลโฟไซด์ (Sulphides)
• ประโยชน์: ต้านการอักเสบ, ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด, เสริมภูมิคุ้มกัน
⸻
🟩 กลุ่ม “สีเขียว” (Green Group)
🟩 กลุ่ม “สีเขียว” (Green Group)
สารสำคัญเด่น: คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll), ลูทีน (Lutein), ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane), กลูต้าไธโอน (Glutathione), กลูโคซิโนเลต (Glucosinolate)
✅ รายการวัตถุดิบ:
1. บร็อคโคลี่ (Broccoli)
• สารสำคัญ: ซัลโฟราเฟน, กลูโคซิโนเลต
• ประโยชน์: ต้านมะเร็ง, ต้านการอักเสบ, กระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษ
2. หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus)
• สารสำคัญ: กลูต้าไธโอน, ซาโปนิน, วิตามินเค
• ประโยชน์: เสริมการขับสารพิษ, ชะลอวัย, สนับสนุนภูมิคุ้มกัน
3. ปวยเล้ง (Spinach)
• สารสำคัญ: ลูทีน, ซีแซนทีน, วิตามินเค, กรดโฟลิก
• ประโยชน์: บำรุงสายตา, บำรุงเลือด, ช่วยระบบประสาท
4. อะโวคาโด (Avocado)
• สารสำคัญ: ลูทีน, วิตามินอี, ไขมันดี (โอเมก้า 9), ไฟโตสเตอรอล ,กลูต้าไธโอน
• ประโยชน์: บำรุงสมองและหัวใจ, ลดไขมันไม่ดี, บำรุงผิว
5. ชาเขียว (Green Tea)
• สารสำคัญ: คาเทชิน (EGCG), โพลีฟีนอล
• ประโยชน์: ต้านอนุมูลอิสระ, เร่งเผาผลาญ, ต้านการอักเสบ
6. โหระพา (Basil)
• สารสำคัญ: ยูจีนอล (Eugenol), ฟลาโวนอยด์
• ประโยชน์: ต้านแบคทีเรีย, ลดการอักเสบ, ผ่อนคลายระบบประสาท
7. ออริกาโน (Oregano)
• สารสำคัญ: คาร์วาครอล (Carvacrol), โพลีฟีนอล
• ประโยชน์: ต้านไวรัส, ต้านเชื้อรา, เสริมภูมิคุ้มกัน
⸻
-อะโวคาโด (Avocado) มีลูทีน (Lutein) เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระ กลุ่มแคโรทีนอยด์ ชะลอความเสื่อมของดวงตา ลดโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
-บร็อคโคลี่ (Broccoli) อุดมไปด้วย ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ป้องกันอัลไซเมอร์ บำรุงสมอง
-หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) สารกลูต้าไธโอนสูง (Glutathione) ขจัดสารพิษ ต้านอนุมูลอิสระ
🟣/🔵 กลุ่ม “สีม่วง / น้ำเงิน” (Purple / Blue Group)
🟣/🔵 กลุ่ม “สีม่วง / น้ำเงิน” (Purple / Blue Group)
สารสำคัญเด่น: แอนโทไซยานิน (Anthocyanins), ฟลาโวนอยด์, โพลีฟีนอล (Polyphenols)
✅ รายการวัตถุดิบ:
1. บลูเบอร์รี่ (Blueberry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, โพลีฟีนอล, วิตามินซี
• ประโยชน์: บำรุงสมองและสายตา, ป้องกันหลอดเลือดเสื่อม, ต้านอนุมูลอิสระระดับสูง
2. แบล็คเบอร์รี่ (Blackberry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, แทนนิน, วิตามินซี
• ประโยชน์: ช่วยชะลอวัย, บำรุงหัวใจ, เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
3. แบล็กเคอแรนต์ (Blackcurrant)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, วิตามินซีสูง, กรดแกมมา-ลิโนเลนิก
• ประโยชน์: บำรุงสายตา, ลดการอักเสบ, เสริมภูมิคุ้มกัน
4. เรดราสพ์เบอร์รี่ (Red Raspberry)
• หมายเหตุ: แม้จะสีแดง แต่มีโครงสร้างฟลาโวนอยด์คล้ายกลุ่มม่วง
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, เอลลาจิกแอซิด (Ellagic Acid)
• ประโยชน์: ป้องกันมะเร็ง, ป้องกันความเสื่อมของเซลล์
5. บิลเบอร์รี่ (Bilberry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, โพลีฟีนอล, วิตามินอี
• ประโยชน์: บำรุงจอประสาทตา, ป้องกันโรคหลอดเลือด, ต้านอนุมูลอิสระ
6. อะโรเนียเบอร์รี่ (Aronia Berry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, โพลีฟีนอล, โปรแอนโทไซยานิดิน
• ประโยชน์: ลดการอักเสบ, ปกป้องหัวใจและหลอดเลือด, เสริมภูมิคุ้มกัน
7. เชอร์รีหวาน (Sweet Cherry)
• สารสำคัญ: แอนโทไซยานิน, เควอซิทิน, โพลีฟีนอล (สูง)
• ประโยชน์: ลดอักเสบ, บรรเทาอาการเกาต์, ต้านอนุมูลอิสระ, ปกป้องผิว
⸻
-แบล็คเบอร์รี่ (Blackberry) มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ และยังมีสาร ฟลาโวนอยด์ ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง Ellagic Acid ยับยั้งการจับของสารอนุมูลอิสระกับเซลล์ในร่างกาย ลดโอกาสการเกิดมะเร็ง
-สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed) มีสาร โอพีซี (OPCs – Oligomeric Proanthocyanidins) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความแรง สามารถเข้าไปต้านการทำลายเซลล์สมอง ผิวหนังและหลอดเลือด
-บลูเบอร์รี่ (Blueberry) มีสาร แอนโทไซยานิน ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้หลอดเลือดแข็ง ลดความเมื่อยล้าให้ดวงตา Ellagic Acid ยับยั้งการจับของสารอนุมูลอิสระกับเซลล์ในร่างกาย ลดโอกาสการเกิดมะเร็ง
⚪ กลุ่ม “สีขาว” (White Group)
⚪ กลุ่ม “สีขาว” (White Group)
สารสำคัญเด่น: อัลลิซิน (Allicin), เควอซิทิน (Quercetin), กลูต้าไธโอน (Glutathione), ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids), โพลีฟีนอล (Polyphenols)
✅ รายการวัตถุดิบ:
1. กระเทียม (Garlic)
• สารสำคัญ: อัลลิซิน (Allicin), ซัลเฟอร์คอมพาวด์
• ประโยชน์: เสริมภูมิคุ้มกัน, ลดความดันโลหิต, ต้านไวรัสและแบคทีเรีย
2. หอมหัวใหญ่ (Onion Extract)
• สารสำคัญ: เควอซิทิน (Quercetin), ฟลาโวนอยด์
• ประโยชน์: ต้านการอักเสบ, เสริมระบบไหลเวียนเลือด, ลดภูมิแพ้
3. ขิง (Ginger)
• สารสำคัญ: จินเจอรอล (Gingerol), ชาโกล (Shogaol)
• ประโยชน์: ลดอาการอักเสบ, บรรเทาอาการคลื่นไส้, ปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร
4. กะหล่ำดอก (Cauliflower)
• สารสำคัญ: กลูโคซิโนเลต (Glucosinolate), วิตามินซี
• ประโยชน์: ต้านมะเร็ง, เสริมระบบล้างพิษตับ, สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
⸻
Oxidative stress
จุดว่าหลักการทำงานของสารสารสกัดเข้มข้นจากผักผลไม้ห้าสี่นั้น เค้าจะไปป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการ Oxidative stress
Oxidative stress คือยังไง
❓Oxidative Stress คืออะไร?
Oxidative stress คือภาวะที่ร่างกายมี อนุมูลอิสระ (Free radicals) มากเกินไป จนเกินขีดความสามารถของสารต้านอนุมูลอิสระในการควบคุมหรือกำจัด
ภาวะนี้ทำให้เกิดความเสียหายกับเซลล์ โปรตีน ไขมัน และ DNA ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายโรค เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรคทางระบบประสาท
Oxidative stress เป็นภาวะและกระบวนการที่กระตุ้นให้ดีเอ็นเอ (DNA) โปรตีน และเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกายอักเสบและเสียหาย เมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรัง เซลล์ก็จะเริ่มเสื่อมและไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยการเสื่อมของเซลล์จะนำไปสู่ความผิดปกติและความเสี่ยงของโรคที่เพิ่มขึ้น
Oxida ก็คือออกซิเจนนั่นแหละ แล้วมันมารวมกัน เกิดการผสมผสานกันจนกลายเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากออกซิเจน ทำให้เกิดการการเสื่อมเสีย
เอาง่ายๆ วันนี้ถ้าเกิดเกิดคุณซื้อแกงกะทิมาหนึ่งถุงแล้วไม่เก็บไว้ในตู้เย็น คุณตั้งไว้แล้วเก็บไว้ในอากาศร้อนๆหน่อย พวกเชื้อโรค ที่ลงไปในอาหารก็จะก่อตัวจนเกิดอาการบูดขึ้นมา
นั่นจึงเปรียบเทียบได้กับปฏิกิริยาของ Oxidative stress
ดูจากในภาพ เราจะเห็นมะเขือเทศมันค่อยๆ เน่า ค่อยๆเปื่อยลงไป อันนั้นนั่นคือปฏิกิริยา Oxidative stress เป็นปฏิกิริยาของออกซิเจนในอากาศ
ออกซิเจนทำให้เรามีชีวิตอยู่ แต่ก็ทำให้ของเน่าของเสียได้เหมือนกัน เพราะมันจะต้องไปเจอกับอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้น
ทีนี้ คำว่า การเกิดปฏิกิริยาขึ้น มันก็อาจจะเกิดการแย่งประจุกัน จากภาพจะเห็นได้ชัดสุด
ภาพแรกเลยที่เห็นด้านซ้ายสุด ที่เป็นตัวอะตอมหรือเซลล์ปกติ ตัวตรงกลางก็คือตัวอนุมูลอิสระ ซึ่ง อนุมูลอิสระ (Free Radical) ตัวเค้าเองเป็นตัวอันธพาล เป็นตัววายร้าย เค้าจะไม่สมบูรณ์ในตัวเค้าเอง เค้าจะไปแย่งเอาความสมบูรณ์จากเซลล์ปกติมาทำให้ตัวเค้าสมบูรณ์ ตัวเค้าเองเค้าจะมีประจุ ที่เป็นประจุลบ แล้วก็มีประจุที่ไม่ครบด้วย เพราะฉะนั้นเค้าจะไปแย่งประจุลบจากเซลล์ปกติมาเพื่อเติมเต็มให้ตัวเองครบ
เซลล์ที่ปกติมันก็กลายเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ เพราะประจุตรงนี้มันถูกแย่งไปแล้ว พอมันถูกแย่งไปแล้วตัวเค้าเองก็พยามจะดิ้นรน ทุรนทุรายเพื่อที่จะทำให้ตัวเอง(เซล)อยู่รอด เค้าจะพยายามดิ้นรนทุกวิถีทาง จนพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นปีศาจร้ายก็เป็นไปได้ แล้วเซลล์พวกนี้ฆ่าไม่ตายด้วย เพราะว่ามันดิ้นรนจนมันแข็งแรง แล้วสิ่งที่ลอยนวลอยู่นั้นก็คือ อนุมูลอิสระ (Free Radical)
เพราะฉะนั้น เราจึงมีวิธีที่จะทำให้ตัวอนุมูลอิสระไม่สามารถลอยนวลได้ ก็คือการเติม แอนไทล์ออกซิแดนซ์ (Antioxidant)
Antioxidants
🧬 สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
🔥 อนุมูลอิสระคืออะไร?
อนุมูลอิสระ (Free radicals) คือโมเลกุลหรืออะตอมที่มี “อิเล็กตรอนไม่คู่ (Unpaired Electron)” ทำให้มีความไม่เสถียรและมีพฤติกรรม “แย่งอิเล็กตรอน” จากโมเลกุลอื่นในร่างกาย เช่น ไขมัน โปรตีน หรือ DNA → เกิดเป็น ปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่ทำลายเซลล์อย่างต่อเนื่อง
⸻
🌪️ ROS คืออะไร?
ROS (Reactive Oxygen Species) คือสารที่เกิดจากกระบวนการใช้พลังงานในเซลล์ โดยเฉพาะเวลาร่างกายใช้ “ออกซิเจน” มากเกินไปหรือเมื่ออยู่ภายใต้ความเครียด เช่น:
• มลพิษ, รังสี UV, การสูบบุหรี่, ความเครียด, การติดเชื้อ ฯลฯ
ตัวอย่าง ROS:
• Superoxide (O₂⁻)
• Hydrogen peroxide (H₂O₂)
• Hydroxyl radical (OH•)
⸻
⚖️ ROS: ทั้ง “ดี” และ “ร้าย”
✅ ประโยชน์ของ ROS:
• เป็นกลไกในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น เม็ดเลือดขาวปล่อย ROS เพื่อฆ่าเชื้อโรค
❌ โทษของ ROS:
• หากมีมากเกินไป → เกิดภาวะ Oxidative Stress
• ทำลายเซลล์โดย:
• ไขมัน → เกิด “ไขมันถูกออกซิไดซ์” หรือ lipid peroxidation → เสี่ยงหลอดเลือดตีบ
• โปรตีน → เสียโครงสร้าง/หน้าที่
• DNA → กลายพันธุ์ → เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง
เมื่อร่างกายไม่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพียงพอ → จะทำให้เกิดความเสียหาย
⸻
⚡ ปฏิกิริยา “แย่งประจุ” ของอนุมูลอิสระ
อนุมูลอิสระจะพยายามแย่งอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่นเพื่อให้ตัวเองเสถียร
→ โมเลกุลที่เสียอิเล็กตรอนจะกลายเป็นอนุมูลอิสระตัวใหม่
→ วนเป็น ปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่ทำลายเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง
⸻
🛡️ Antioxidants คืออะไร?
สารต้านอนุมูลอิสระ คือสารที่สามารถ “บริจาคอิเล็กตรอน” ให้อนุมูลอิสระได้ โดยที่ตัวเอง ไม่กลายเป็นอนุมูลอิสระใหม่
→ หยุดปฏิกิริยาลูกโซ่
→ ป้องกันความเสียหายต่อเซลล์
ตัวอย่างสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญในร่างกาย:
• Glutathione
• Vitamin C
• Vitamin E
• SOD (Superoxide Dismutase) ← เอนไซม์หลักที่ช่วยยับยั้ง ROS
⸻
การเติมสารปกป้องพวกนี้
จะมาจากผักผลไม้ เช่นผลไม้ 5 สี ที่อุดมไปด้วย ไฟโตนิวเทรียนต์ (Phytonutrients) และหลีกเลี่ยงไขมันเลว จะช่วยลด ROS จะเป็นการเข้าสู่กระบวนการปกป้อง การสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการต่อต้านอนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้
🌬 ออกซิเจนมี “ข้อดี” และ “ข้อเสีย” อย่างไร?
• ✅ ข้อดีของออกซิเจน: เป็นแกนหลักของกระบวนการหายใจระดับเซลล์ ช่วยให้เซลล์สร้างพลังงาน (ATP) ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “cellular respiration”
• ⚠️ ข้อเสีย: กระบวนการนี้เองสร้างผลพลอยได้คือ Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง
⸻
⚡ อะไรคือ “การแย่งประจุ” ของอนุมูลอิสระ?
⚡ อะไรคือ “กระบวนการแย่งประจุ” ของอนุมูลอิสระ?
อนุมูลอิสระ คืออะตอมหรือโมเลกุลที่มี อิเล็กตรอนไม่คู่ (unpaired electron) → ทำให้มันไม่เสถียรและ “ก้าวร้าว”
มันจะพยายามแย่งอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่น เช่น ไขมัน โปรตีน หรือ DNA เพื่อให้ตัวเองเสถียร
→ โมเลกุลที่ถูกแย่งอิเล็กตรอนไปจะกลายเป็นอนุมูลอิสระตัวใหม่ → วนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำลายเซลล์อย่างต่อเนื่อง
⸻
Antioxidants ?
🛡️ Antioxidants คืออะไร?
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) คือสารที่สามารถ “บริจาคอิเล็กตรอน” ให้อนุมูลอิสระโดยที่ตัวมันเองไม่กลายเป็นอนุมูลอิสระต่อ
→ หยุดปฏิกิริยาลูกโซ่ของการทำลายเซลล์
ตัวอย่างสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย:
• Glutathione
• Vitamin C
• Vitamin E
• SOD (Superoxide Dismutase) ← สำคัญมาก
🥦 แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ
• ผักผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ 5 สี ที่อุดมไปด้วย ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients)
• การรับประทานอาหารหลากหลายสีและหลีกเลี่ยงไขมันเลว จะช่วยลด ROS ได้
🧪 จะรู้ได้อย่างไรว่ามี ROS มากเกินไป?
ค่า ROS เป็นค่าที่สามารถวัดได้ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
หากสูงเกิน → เป็นสัญญาณว่าอาจเกิด Oxidative Stress
❤️ ไขมันกับอนุมูลอิสระ: เสี่ยงโรคหลอดเลือดอย่างไร?
• ไขมัน LDL (ไขมันเลว) เมื่อเจอกับ ROS → ถูกออกซิไดซ์ → กลายเป็น Oxidized LDL
• Oxidized LDL สะสมในผนังหลอดเลือด → กลายเป็นคราบไขมัน (Plaque) → นำไปสู่ โรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis)
→ เสี่ยงต่อ โรคหัวใจและหลอดเลือด
ดังนั้น การลดระดับ ROS ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจึงสำคัญมาก และผลิตภัณฑ์อย่าง Phyto 5 ก็มีบทบาทสำคัญในด้านนี้ เพราะอุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง
ทีนี้จะวัดค่าจากอะไร
ออกซิเจนคือหัวใจสำคัญของการสร้างพลังงานในร่างกาย แต่การใช้ออกซิเจนในระดับเซลล์ก็ทำให้เกิดของเสียที่เรียกว่า ROS (Reactive Oxygen Species) ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง
แม้ ROS จะมีประโยชน์ในการช่วยภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อโรค แต่หากสะสมมากเกินไปจนร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ทัน ก็จะนำไปสู่ภาวะ Oxidative Stress ซึ่งทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมเร็วขึ้น
อนุมูลอิสระจะพยายามแย่งอิเล็กตรอนจากโมเลกุลในร่างกาย เช่น ไขมัน โปรตีน และ DNA → ทำให้เกิดการทำลายและกลายเป็น “ปฏิกิริยาลูกโซ่” ที่นำไปสู่โรคเรื้อรัง
ร่างกายจึงต้องอาศัยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เช่น วิตามินซี วิตามินอี และเอนไซม์สำคัญอย่าง Superoxide Dismutase (SOD) เพื่อหยุดยั้งและปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย
อนุมูลอิสระจะมีสูงหรือไม่สูงจะวัดค่าจาก ROS (Reactive oxygen species) ซึ่งเป็นสารที่สร้างขึ้นจากออกซิเจน ข้อดีของเค้าก็คือจะช่วยเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน แต่ผลเสียก็คือจะทำให้เกิดการออกซิเดชั่นคือ (Oxidation) ของไขมันโปรตีนแล้วก็ดีเอ็นเอ ถ้าเราทานไขมันที่ไม่ดีเยอะๆ
มันจะเกิดปฏิกิริยา Oxidation ในเลือด ระหว่างตัวไขมันกับออกซิเจน
• ไขมันที่ไม่ดี (โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ไม่เสถียร) เมื่อสัมผัสกับอนุมูลอิสระ จะถูกออกซิไดซ์ กลายเป็น ไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ (Oxidized LDL)
• Oxidized LDL นี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิด คราบไขมัน (Plaque) สะสมในหลอดเลือด และนำไปสู่ โรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด
⸻
อันนั้นเค้าเรียกว่าการออกซิเดทีฟ ของไขมัน
ถ้าพูดแบบวิชาการ ✅ “กระบวนการนี้เรียกว่า ‘ไขมันถูกออกซิไดซ์’ (Lipid Peroxidation) ซึ่งเป็นกลไกหลักของการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว”
ส่วนในเรื่องของโปรตีน ถ้าทานโปรตีนเยอะเกินความจำเป็น ก็จะทำให้เกิดความสูญเสียหรือเสื่อมสลาย หรือเรียกว่าอักเสบในบริเวณนั้นๆ เพราะว่าในร่างกายเราโปรตีนทั้งนั้นเลย ผิวผมและต่างๆ ถ้าโปรตีนเกินความจำเป็น แล้วสิ่งที่เป็นส่วนเกินไม่สามารถเอาไปสร้างเป็นกล้ามเนื้อได้ หรือไม่สามารถย่อยโปรตีนเป็นกรดอะมิโน เปลี่ยนจากกรดอะมิโนเป็นพลังงานไปเสริมสร้างส่วนต่างๆของร่างกายได้ มันก็จะกลายเป็นส่วนเกิน
ส่วนเกินนี้แหล่ะ จะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบเกิดขึ้นได้ในร่างกาย
แล้วก็ ดีเอ็นเอ ถ้าเกิดว่า ROS มากเกินไป ก็จะทำให้ดีเอ็นเอของเรานั้นถูกทำลาย ทำให้เราเจ็บไข้ได้ป่วยโดยง่ายด้วย และอาจจะทำให้เราแก่เร็ว
อันนี้คือความสัมพันธ์ของดีเอ็นเอ
เพราะฉะนั้นวิธีการ หลักการสำคัญง่ายๆ ลดผลเสียได้ โดยการไปปกป้องระบบต้านอนุมูลอิสระ โดยการเติมสารต้านอนุมูนอิสระลงไป
ซึ่งในผลิตภัณฑ์ของเราทุกตัว ตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดก็คือ ไฟโต 5
เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องเติมเข้าไป เพื่อปกป้องระบบสร้างอนุมูลอิสระให้ทำงานดีอยู่เสมอ ก็คือ เอาง่ายๆเติม สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ให้มากที่สุด
เวลาอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทานน้ำตาลเยอะ เครียดมากบ่อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือออกไม่เต็มที่ ได้สูดควันพิษ หรือพีเอ็ม 2.5 ใดๆก็ตาม
อนุมูลอิสระเกิดขึ้นแน่นอน เราจึงจำเป็นต้องเติมไฟโต 5 เข้าไป เพื่อที่จะให้ตัวสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ตัวนี้ แบ่งประจุไปให้ตัวอนุมูลอิสระ (Free Radical)
พออนุมูลอิสระได้บรรจุเต็ม ก็จะไม่ไปทำร้ายเซลล์ดีๆนั่นเอง
นี่คือ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่มีความจำเป็น ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มันมีอยู่มากเลย จะเป็น Superoxide Dismutase หรือ ( SOD )
ไฟโตนิวเทรียน มีเยอะแยะมากมายเลยที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระดีๆ และที่ดีที่สุดอยู่ในไฟโต5 ของเรานั่นเอง
Superoxide Dismutase หรือ ( SOD ) คือ
Superoxide Dismutase หรือ ( SOD )
คือ เอนไซม์ชนิดหนึ่ง เป็นตัวคอยทำหน้าที่ทำลายอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาผลาญภายในเซลล์ ทำให้เรียกได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งที่มีส่วนสำคัญของร่างกาย ในเอนไซม์ชนิดนี้จะมีอยู่ในร่างกายของเราตั้งแต่แรกเกิด และก็จะมีปริมาณลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น
อ่านเพิ่ม 🔬 ไฟโต 5: เสริมพลังต้านอนุมูลอิสระจากพืชธรรมชาติ 5 สี
![]()
![]()
![]()
✳️ ทำความเข้าใจ “อนุมูลอิสระ” และ “สารต้านอนุมูลอิสระ” แบบถูกต้อง
อนุมูลอิสระ (Free Radicals) คือโมเลกุลที่ไม่เสถียร มีอิเล็กตรอนไม่ครบคู่ จึงพยายามแย่งอิเล็กตรอนจากเซลล์อื่นในร่างกาย ทำให้เซลล์ดีๆ เสียหาย เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการอักเสบ เซลล์เสื่อม และโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง หรือแม้กระทั่งความชรา
อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้จาก:
- การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
- มลพิษทางอากาศ เช่น PM 2.5
- การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- ความเครียดเรื้อรัง
- การทานน้ำตาลและไขมันทรานส์สูง
- การนอนหลับไม่เพียงพอ
- การออกกำลังกายอย่างหักโหม
🔁 ROS (Reactive Oxygen Species) คืออะไรล่ะ?
ROS หรือ Reactive Oxygen Species คือกลุ่มของอนุมูลอิสระที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น Superoxide (O2−), Hydrogen Peroxide (H2O2), Hydroxyl Radical (•OH) เป็นต้น
แม้ว่า ROS บางชนิดจะมีบทบาทในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ช่วยฆ่าเชื้อโรคในเม็ดเลือดขาว แต่ถ้าร่างกายมี ROS มากเกินไปจะก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Oxidative Stress ซึ่งนำไปสู่:
- การทำลาย DNA
- การอักเสบเรื้อรัง
- การเสื่อมของโปรตีนและไขมัน
- ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง
- การแก่ก่อนวัย
🛡️ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) สำคัญยังไง?
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ทำหน้าที่ “บริจาคอิเล็กตรอน” ให้อนุมูลอิสระ เพื่อทำให้โมเลกุลเหล่านั้นกลับสู่สภาพเสถียร และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเซลล์
สารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมีได้จาก:
- วิตามิน C, E
- เบต้าแคโรทีน
- สารไฟโตนิวเทรียนท์จากพืช
- เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เช่น Superoxide Dismutase (SOD), Catalase, Glutathione Peroxidase
ดูเพิ่ม 🌈 Phyto 5 (ไฟโต 5) — รวมพลังไฟโตนิวเทรียนท์จากผักผลไม้ 5 สี
Phyto 5 คือผลิตภัณฑ์ที่รวมสารสกัดจากพืชธรรมชาติกว่า 27 ชนิด พร้อมด้วยสารสิทธิบัตรระดับโลกอย่าง Spectra™ ซึ่งเป็น Super Antioxidant ที่มีคุณสมบัติในการ:
- ลดค่า ROS ได้จริงในระดับเซลล์
- เพิ่มประสิทธิภาพของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
- ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังในระดับไมโตคอนเดรีย
- ปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระอย่างครอบคลุม
สารสกัดในไฟโต 5 ได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมไฟโตนิวเทรียนท์ทั้ง 5 สี ได้แก่:
- แดง: ไลโคปีนจากมะเขือเทศ
- เขียว: คลอโรฟิลล์จากผักใบเขียว
- เหลือง-ส้ม: เบต้าแคโรทีนจาก แครอท
- ม่วง: แอนโทไซยานินจากบลูเบอร์รี องุ่น
- ขาว: อัลลิซินจากกระเทียม หัวหอม
ดูเพิ่ม 🔬 ความเกี่ยวข้องกับโปรตีน, ROS และความเสื่อมของร่างกาย
การบริโภค โปรตีน มากเกินไปโดยไม่มีการนำไปใช้ เช่น ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่สร้างกล้ามเนื้อ อาจทำให้เกิดของเสีย เช่น แอมโมเนีย และเพิ่มการทำงานของตับและไต เกิดการสะสมของสารพิษหรือการอักเสบได้
และถ้ามี ค่า ROS สูง จะไปกระตุ้นให้เกิดการ “ออกซิเดชั่น” กับไขมัน โปรตีน และ DNA มากขึ้น เช่น:
- ไขมันที่ดี (HDL) ถูกทำลาย กลายเป็นไขมันไม่ดี
- โปรตีนเสื่อมสภาพ
- DNA ถูกตัดหรือเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ทำให้เกิดโรคหรือแก่เร็ว
การเสริม สารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพสูง เช่น ไฟโตนิวเทรียนท์จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยป้องกันกระบวนการเสื่อมเหล่านี้ได้
📊 เราจะวัด “อนุมูลอิสระ” ได้ยังไง?
ปัจจุบันมีการวัดค่าที่เรียกว่า d-ROMs Test หรือ Oxidative Stress Test เพื่อดูระดับ ROS และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ (เช่น ค่า BAP: Biological Antioxidant Potential)
แม้จะไม่ใช่การตรวจที่ทำกันทั่วไป แต่สามารถใช้ประเมินภาพรวมความเสี่ยงในร่างกายได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น สูบบุหรี่ เครียดเรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัว
✅ สรุป: ทำไมต้องเติม Phyto 5?
หากคุณต้องการให้ชีวิตมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ไม่แก่ก่อนวัย ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง — การเสริม Phyto 5 ในทุกวันคือคำตอบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
มีงานวิจัยจากประเทศฮังการีบอกเอาไว้ด้วยว่า ตัวสารสำคัญที่อยู่ในกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูนอิสระได้อย่างสูงมากๆเลย
เพราะฉะนั้นมันสามารถไปอยู่ในกระบวนการที่ต้านอนุมูลอิสระ อย่างตัวหลักๆ ก็คือตัวฟาโวนอย Flavonoids
ที่มีอยู่ในไฟโตนิวเทรียนท์ และนี่อยู่ในไฟโต5 ของเรานั่นเอง
Superccoli
ไฟโต5
เรามีตัวสารสำคัญ ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ในผัก หรือสารสกัดจากผักผลไม้
Superccoli
Superccoli
สารสกัดจากบล็อคเคอรี่
ㆍ บล็อคเคอรี่ เป็น 1 ใน 10 Super food และนิยมทานทั่วโลก
ใช้เทคโนโลยี Pulse Electric Field (PEF)
Technology ในการสกัด ทำให้ Superccoli
มีปริมาณ Sulforaphane สูง
ซุปเปอร์โคลี่ Superccoli คืออะไร ก็คือสารสกัดจากบร็อคโครี่ ที่มีความเข้มข้นสูงและเป็นบร็อคโครี่ ที่คัดสรรอย่างดีจากเกาะเจจู มันให้สารตัวนึงที่ชื่อว่า ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ที่สูงมากๆเลย
Sulforaphane ก็จะต้านอนุมูนอิสระยับยั้งเชื้อเอสไพโลไล ด้วยสำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อน และยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย
นี่คือหลักการสำคัญของซัลโฟราเฟน (Sulforaphane)
Sulforaphane
Sulforaphane
PM 2.5 induced Apoptosis
ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ปอดจาก
การถูกทำร้ายด้วยฝุ่น PM 2.5
CNS (Alzhemer, Congnitive Impairment,etc.)
ลดความเสี่ยงการเกิดโรค
ทางระบบประสาทส่วนกลาง
เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน
Cardiovascular (HF)
ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง
Helicobacter Pylori
ยับยั้งการติดเชื้อ H.pylori ลดโอกาสเกิด
แผลในทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหารอักเสบ
Cancer
ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Sulforaphane
ขยาย
![]()
![]()
![]()
Sulforaphane:
Sulforaphane: สารต้านอนุมูลอิสระที่ทำได้มากกว่าที่คิด
ในโลกของสารอาหารจากธรรมชาติ Sulforaphane คือชื่อที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะมันไม่ได้เป็นแค่สารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป แต่ยังมีบทบาทระดับลึกที่ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ และภูมิคุ้มกันในร่างกายอย่างแม่นยำ
เสริมเกราะเซลล์จากภายใน ด้วยพลัง Nrf2
Sulforaphane ช่วยกระตุ้นโปรตีนชื่อว่า Nrf2 ซึ่งเป็นตัวควบคุมระบบต้านอนุมูลอิสระของเซลล์ จากนั้นจะสั่งให้เซลล์ผลิตเอนไซม์ที่มีบทบาทเหมือน “นักดับเพลิง” คอยจัดการความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ที่เกิดจากมลภาวะ แสงแดด หรือการเผาผลาญของร่างกายเอง
ผลที่ได้คือการลดความเสียหายของเซลล์ และชะลอความเสื่อมต่างๆ เช่น ผิวแห้งเร็ว ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแรง หรือเซลล์อักเสบเรื้อรัง
ฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้ตอบสนอง “เร็วและแม่นยำ”
อีกบทบาทเด่นของ Sulforaphane คือช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างสมดุล โดย:
- เพิ่มการทำงานของ Natural Killer cells (NK cells) ที่มีหน้าที่ค้นหาและทำลายเซลล์แปลกปลอม
- สนับสนุน T-cells ที่ควบคุมการทำลายเชื้อไวรัสหรือเซลล์ที่ผิดปกติ
นอกจากนี้ ยังช่วยลดสารอักเสบ เช่น IL-6, TNF-α ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
ต้นอ่อนบร็อกโคลี่: แหล่ง Sulforaphane ชั้นเยี่ยม
แม้บร็อกโคลี่ทั่วไปจะมี Sulforaphane แต่ใน ต้นอ่อนของบร็อกโคลี่ จะมีความเข้มข้นมากกว่าถึง 10-100 เท่า และต้องสกัดด้วยวิธีเฉพาะ เช่น Supercooling เพื่อคงประสิทธิภาพสูงสุด
เพียงสารอาหารที่ถูกต้อง ก็สามารถเสริมระบบป้องกันระดับเซลล์ ช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงจากภายใน
ขยายข้อมูลทางวิชาการ
![]()
![]()
![]()
Sulforaphane
Sulforaphane กับบทบาทเชิงลึกในการจัดการอนุมูลอิสระและเสริมภูมิคุ้มกัน
Sulforaphane (SFN) เป็นสารกลุ่ม Isothiocyanates ที่พบมากในผักตระกูล Cruciferous โดยเฉพาะในต้นอ่อนของบร็อกโคลี่ ซึ่งมีความเข้มข้นสูงกว่าบร็อกโคลี่ทั่วไปหลายเท่า
1. Nrf2 Pathway: เสริมกลไกต้านอนุมูลอิสระจากภายใน
Sulforaphane เป็น activator ที่ทรงพลังของ Nrf2 (Nuclear factor erythroid 2–related factor 2) ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้น จะเพิ่มการแสดงออกของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น:
- Glutathione S-transferase (GST)
- Superoxide Dismutase (SOD)
- Heme Oxygenase-1 (HO-1)
- NAD(P)H:quinone oxidoreductase 1 (NQO1)
กลไกนี้ช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระ (ROS, RNS) ภายในเซลล์ และลดภาวะ Oxidative Stress ซึ่งเป็นต้นตอของความเสื่อมและโรคเรื้อรังหลายชนิด
2. การกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบ Cytotoxic และ Epigenetic
Sulforaphane ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันหลักอย่าง:
- Natural Killer Cells (NK cells) → กำจัดเซลล์ผิดปกติ
- Cytotoxic T Lymphocytes (CTLs) → ฆ่าเซลล์ติดเชื้อหรือกลายพันธุ์
นอกจากนี้ยังยับยั้ง Histone Deacetylase (HDAC) ซึ่งส่งผลให้:
- เพิ่มการแสดงออกของ tumor suppressor genes (เช่น p21, p27)
- กระตุ้นกระบวนการ apoptosis ในเซลล์ที่ไม่ปกติ
- ปรับ epigenetic modulation → ส่งผลต่อการควบคุมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ
3. ลดภาวะอักเสบเรื้อรัง และส่งเสริมการขับพิษ
Sulforaphane มีบทบาทในการกระตุ้น Phase II Detoxifying Enzymes → เพิ่มการขับสารพิษ (carcinogens, electrophiles) ออกจากร่างกาย
พร้อมกับลดระดับสารอักเสบ เช่น IL-6, TNF-α และยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ (angiogenesis) ที่เกี่ยวข้องกับก้อนเนื้อหรือเนื้องอก
4. คุณภาพของการสกัด Sulforaphane มีความสำคัญ
เนื่องจาก SFN มีความไม่เสถียรสูง จึงต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น Supercooling เพื่อคงสภาพสารให้ออกฤทธิ์ได้เต็มที่
งานวิจัยพบว่า Sulforaphane ที่เก็บอย่างเหมาะสมให้ผลในการลด oxidative stress และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุป:
Sulforaphane ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่สารต้านอนุมูลอิสระเท่านั้น แต่ทำงานเชิงลึกระดับ gene regulation, epigenetics และภูมิคุ้มกันเชิงรุก จึงเป็นสารอาหารที่ได้รับความสนใจในสายสุขภาพเชิงลึก (Functional & Precision Nutrition)
Superccoli
สารสกัดจากบล็อคเคอรี่
ㆍบล็อกเคอรี่มาจาก Jeju Island ประเทศเกาหลีใต้
ปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์ มีสารอาหาร
จากหินภูเขาไฟ Mt.Hallasan
ㆍห่างไกลมลพิษ ภูมิอากาศเหมาะสม และไร้สารตกค้าง
🥦 Sulforaphane: พลังเล็ก ๆ จากบล็อกโคลี่ ที่ช่วยเสริมภูมิ – ต้านอนุมูลอิสระได้ลึกถึงระดับเซลล์
คุณอาจเคยได้ยินว่าบล็อกโคลี่ดีต่อสุขภาพ… แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า “ยอดอ่อนของบล็อกโคลี่” หรือ Broccoli Sprouts นั้น อัดแน่นไปด้วยสารธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดชนิดหนึ่งในโลกพืช — ชื่อว่า ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane)
แล้วซัลโฟราเฟนทำอะไรให้ร่างกายเราบ้าง?
ซัลโฟราเฟนไม่ได้แค่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป แต่ทำงาน “จากภายใน” โดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิต ระบบต้านอนุมูลอิสระของตัวเอง ขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นกลไกเชิงลึกที่ทรงพลังและยั่งยืนกว่าการกินสารต้านอนุมูลอิสระแบบทั่วไป (อย่างวิตามินซีหรืออี)
🔬 ทำไมถึงสำคัญ? เพราะร่างกายต้องรับมือกับ “อนุมูลอิสระ” ทุกวัน
ร่างกายเราสร้างอนุมูลอิสระขึ้นเองจากกระบวนการหายใจ, ความเครียด, แสงแดด, ฝุ่น, มลพิษ รวมถึงอาหารแปรรูป — เมื่ออนุมูลอิสระสะสมเกินควบคุม จะนำไปสู่ความเสื่อมของเซลล์, อักเสบเรื้อรัง และภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง
ซัลโฟราเฟนช่วยยังไง?
1. 🛡️ กระตุ้นระบบป้องกันตัวเองของร่างกาย
• ซัลโฟราเฟนไปกระตุ้นโปรตีนสำคัญชื่อว่า Nrf2 ซึ่งเปรียบเสมือน “สวิตช์หลัก” ที่เปิดให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระของตัวเอง เช่น Glutathione, HO-1, SOD
• นี่ไม่ใช่แค่การเสริม แต่เป็นการ “ปลุกพลังในตัวคุณ” ให้สู้กับอนุมูลอิสระได้ดียิ่งขึ้น
2. 🔬 ลดการอักเสบที่แอบแฝงอยู่ในเซลล์
• ซัลโฟราเฟนมีฤทธิ์ยับยั้งสารอักเสบ เช่น TNF-α, IL-6 และ COX-2 ที่มักเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังต่าง ๆ รวมถึงภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุล
3. 🧬 เสริมระบบภูมิคุ้มกันแบบลึกและแม่นยำ
• ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันตัวสำคัญอย่าง NK cells และ T cells ที่มีหน้าที่คอยตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติ
• เหมือนคุณมีหน่วยลาดตระเวนที่ฉลาดขึ้น แข็งแรงขึ้น และตอบสนองไวขึ้น
⸻
✨สรุปง่าย ๆ:
Sulforaphane คือผู้ช่วยเบื้องหลังที่ “ปลุกภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ” ได้จากระดับเซลล์
ไม่ใช่แค่สารอาหารเสริมธรรมดา แต่เป็นกลไกที่ส่งเสริมให้ร่างกายคุณเก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น และต้านภัยร้ายในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น
⸻
ขยายข้อมูลทางวิชาการ
![]()
![]()
![]()
🧪 Sulforaphane : บทบาทเชิงลึกในการจัดการ “อนุมูลอิสระ” และ “ภูมิต้านทาน”
🧪 Sulforaphane : บทบาทเชิงลึกในการจัดการ “อนุมูลอิสระ” และ “ภูมิต้านทาน”
Sulforaphane (SFN) คือสารประกอบกลุ่ม Isothiocyanates ที่พบได้ในผักตระกูล Cruciferous เช่น บร็อกโคลี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำปี โดยเฉพาะใน “ต้นอ่อนของบร็อกโคลี่” ซึ่งให้ความเข้มข้นสูงสุด
สารนี้ไม่ได้เป็นแค่ antioxidant ธรรมดา ที่ทำหน้าที่จับอนุมูลอิสระเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น “modulator” หรือ ตัวปรับระดับการทำงานของระบบเซลล์ โดยเฉพาะใน 2 ระบบที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดคือ:
• ระบบ ต้านอนุมูลอิสระภายในเซลล์ (Endogenous Antioxidant System)
• ระบบ ภูมิคุ้มกัน (Immune Surveillance & Regulation)
⸻
① กลไกการจัดการ “อนุมูลอิสระ” ด้วย Nrf2 Pathway
ในสภาวะปกติ ร่างกายเราสร้างอนุมูลอิสระอยู่ตลอดเวลา เช่น
• การเผาผลาญพลังงาน (mitochondrial respiration)
• ความเครียดจากภายนอก เช่น UV, ควัน, ฝุ่น, มลพิษ
• การอักเสบภายในร่างกาย (inflammatory process)
หากร่างกายไม่สามารถควบคุมอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้ → จะนำไปสู่ oxidative stress ซึ่งเป็นภาวะที่มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น
• เบาหวาน ความดันสูง
• โรคหัวใจ
• ความเสื่อมของระบบประสาท
• ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือผิดปกติ
👉 Sulforaphane ทำหน้าที่กระตุ้นโปรตีน Nrf2 (Nuclear factor erythroid 2-related factor 2)
ซึ่งเป็น transcription factor ที่ควบคุมการสร้าง เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระภายในเซลล์ เช่น
• Glutathione S-transferase (GST)
• Superoxide Dismutase (SOD)
• Heme Oxygenase-1 (HO-1)
• Catalase, NAD(P)H quinone oxidoreductase 1 (NQO1)
ผลลัพธ์ คือ
➡️ เพิ่มความสามารถของเซลล์ในการ “กำจัดอนุมูลอิสระ” จากภายใน
➡️ ลดโอกาสเกิดความเสียหายต่อ DNA, ไขมัน และโปรตีนในเซลล์
➡️ ลดการอักเสบเรื้อรังที่เกิดจาก oxidative stress
⸻
② การปรับสมดุล “ภูมิคุ้มกัน” แบบลึกระดับ Epigenetics
ระบบภูมิคุ้มกันไม่เพียงต้อง “ตื่นตัว” แต่ต้อง “แม่นยำ”
หากไวเกิน → เกิดโรคแพ้ภูมิตัวเอง
หากช้าเกิน → เสี่ยงติดเชื้อหรือเกิดเซลล์ผิดปกติ (เช่น มะเร็ง)
Sulforaphane มีบทบาทในการเสริมภูมิคุ้มกันแบบ 2 ด้าน
🔬 (1) กระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันแบบ Cytotoxic
• กระตุ้นการทำงานของ Natural Killer (NK) cells
• กระตุ้นการแสดงออกของ Cytotoxic T Lymphocytes (CTLs)
ซึ่งทั้ง 2 ชนิดคือด่านหน้าในการจัดการเซลล์ติดเชื้อ และเซลล์ที่กลายพันธุ์ผิดปกติ
🧬 (2) ปรับระดับ Epigenetic ในเซลล์ภูมิคุ้มกัน
• ยับยั้ง Histone Deacetylase (HDAC) → ทำให้ DNA เปิดกว้างขึ้น
→ เซลล์สามารถแสดงยีนที่ช่วยควบคุมภูมิคุ้มกันและยีนต้านมะเร็งได้ดีขึ้น เช่น p21, p27
• ปรับระดับการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับ การอักเสบ (Inflammatory Pathways)
ผลลัพธ์:
➡️ ภูมิคุ้มกันตอบสนองเร็วและแม่นยำขึ้น
➡️ ลดความเสี่ยงของการอักเสบเกินจำเป็น
➡️ เพิ่มโอกาสของ immune surveillance ที่มีประสิทธิภาพ
⸻
📌 สารสกัด Sulforaphane ที่ดี ต้องผ่าน “Supercooling” และเทคนิคการเก็บรักษาเชิงลึก
Sulforaphane ในธรรมชาติไม่เสถียรนัก ต้องมีการสกัดและเก็บรักษาด้วยกระบวนการเช่น Supercooling เพื่อรักษา bioactivity และความเข้มข้น
งานวิจัยระบุว่า sulforaphane ที่สกัดจากต้นอ่อนบร็อกโคลี่โดยวิธีพิเศษ
➡️ ให้ผลในการต้านอนุมูลอิสระและเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป
➡️ มีศักยภาพในการลดระดับ IL-6, TNF-α และ CRP ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาวะอักเสบ
⸻
🔍 บทสรุป:
Sulforaphane = Antioxidant Modulator + Immune Optimizer
เป็นมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป เพราะสามารถกระตุ้นกลไกภายในของร่างกาย เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันที่แม่นยำ” และ “ต้านอนุมูลอิสระจากรากลึก” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
⸻
Spectra
เทรดมาร์คหรือ สิทธิบัตรที่ชื่อว่า Spectra
ซื่งสเปคต้า ก็คือ สกัดจากผัก สกัดจากสมุนไพร รวมกันกว่า 27 ชนิด
ใส่ลงไปอีกนอกจากผลไม้ห้าสี
สเปคต้าเป็นสารสำคัญที่รวมเอา
สารสกัดจากผลไม้ สารสกัดจากผัก และสารสกัดจากสมุนไพร หลากหลายชนิดมารวมอยู่ในตัวเดียวกัน กลายเป็นซุปเปอร์ Antioxidant
สารต้านอนุมูลอิสระ
นั่นหมายความว่า คุณทานไฟโต5 นี้ เช้า 1 เม็ดเย็น 1 เม็ดหลังอาหารทันที เอาง่ายๆว่า คุณจะได้สารต้านอนุมูลอิสระที่ดีและครบ อนุมูลอิสระจะมาจากฝุ่น จะมาจากอารมณ์ จะมาจากน้ำมันทอด จะมาจากน้ำตาลเยอะแค่ไหน แต่เราจะสามารถที่จะเเอนไทลออกซิแดนซ์ หรือว่าเราสามารถที่จะต้านอนุมูลอิสระต่างๆเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีได้ด้วยนั่นเอง
เมื่อส่งเสริมกระบวนการภูมิคุ้มกันของร่างกาย เราก็จะสามารถที่จะต้านเชื้อไวรัส ต้านเชื้อแบคทีเรียต่างๆ โดยเฉพาะถ้าใครที่เป็นโรคเรื้อรัง แล้วไปเจอ PM 2.5 มันทำให้ อ๊อกซิเจนและการทำงานของปอดน้อยลง อ๊อกซิเจนไม่ทั่วถึง หายใจไม่ทั่วท้อง
ปกติควรทาน ไฟโต5
หลังอาหารเช้า 1 เม็ด หลังอาหารเย็น 1 เม็ด แค่นั้นพอ เพราะว่าเราทานเพื่อต้านอนุมูลอิสระ
สำหรับคนที่เป็นซีสต์ ถุงน้ำ ก้อนเนื้อ มะเร็ง
คุณจำเป็นต้องรับอย่างน้อยเช้าหนึ่งเม็ดเย็นหนึ่งเม็ด
หรือจะเป็นเช้า 2 เม็ด เย็น 2 เม็ดเลยก็ได้
เพราะว่าคุณจำเป็นที่จะต้องเข้าไป Antioxidant อะไรบางอย่าง
⸻
🌟 Spectra™ Super Antioxidant Complex
สารสกัดลิขสิทธิ์จาก USA รวมพืช 27 ชนิด ครอบคลุมผัก ผลไม้ และสมุนไพร 5 สีในสูตรเดียว พร้อมผลการวิจัยว่า:
• เพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระ (ORAC) ในร่างกายได้จริง
• ลดความเครียดออกซิเดชันในเซลล์ (Oxidative stress)
• ช่วยให้เซลล์มีอายุยืนยาวขึ้น
• เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน
👉 Spectra™ มีใน Phyto 5 ถึง 100 มิลลิกรัม/เม็ด
⸻
🧪 ไฟโตนิวเทรียนท์เข้มข้น + วิตามินรวม
นอกจาก Spectra™ Phyto 5 ยังเสริมด้วยพืชธรรมชาติอีกหลากหลายชนิด เช่น:
• บร็อคโคลี่, หน่อไม้ฝรั่ง, มะเขือเทศ, แครอท, แบล็คเบอร์รี่, ขิง ฯลฯ
• พร้อมวิตามินรวมหลายชนิด เช่น วิตามินซี, ดี3, อี, เค, กลุ่มบีรวม, ไบโอติน, โฟเลต ฯลฯ
✔ สนับสนุน การฟื้นฟูร่างกายระดับเซลล์
✔ เสริมภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม
✔ ช่วยให้ผิว ผม เล็บ และระบบเผาผลาญทำงานได้สมดุล
⸻
✅ เหมาะกับใคร?
• ผู้ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยสารธรรมชาติ
• ผู้ที่ใช้ชีวิตในเมือง มีความเสี่ยงจากมลภาวะหรือความเครียด
• ผู้สูงวัยที่ต้องการฟื้นฟูเซลล์ลึกระดับ DNA
• ผู้ที่อยากเสริมภูมิคุ้มกันระยะยาวด้วยวิธีธรรมชาติ
⸻
🌿 Spectra™ คืออะไร?
Spectra™ เป็นสูตรรวมพลังสารสกัด ผัก, ผลไม้ และสมุนไพร 27 ชนิด ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การรวมวัตถุดิบทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานที่มี “Synergy” เพื่อช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ, ลดการอักเสบเรื้อรัง และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในระดับเซลล์
✅ สารสกัด 27 ชนิดใน Spectra™
- Broccoli powder & Broccoli sprouts concentrate
- Onion extract
- Tomato concentrate
- Dried carrot
- Spinach
- Kale concentrate
- Brussel sprout concentrate
- Whole coffee fruits extract
- Acerola extract
- Camu Camu powder
- Acai berry concentrate
- Mangosteen concentrate
- Green tea extract
- Apple extract
- Turmeric concentrate
- Garlic
- Basil concentrate
- Oregano
- Cinnamon concentrate
- Elderberry concentrate
- Blackcurrant extract
- Blueberry extract
- Sweet cherry powder
- Blackberry powder
- Chokeberry
- Raspberry powder
- Bilberry extract
✅ กลไกการทำงานสำคัญของ Spectra™
- ลดระดับ Reactive Oxygen Species (ROS) → ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์จาก oxidative stress
- เพิ่มการสร้าง Nitric Oxide (NO) → ส่งผลดีต่อการไหลเวียนเลือดและสุขภาพหัวใจ
- กระตุ้นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น SOD, Catalase, Glutathione Peroxidase
- ลดระดับการอักเสบเรื้อรังในระดับต่ำ (low-grade chronic inflammation) → ชะลอความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะ
✅ หลักฐานทางวิจัย
งานวิจัยทางคลินิก (Stohs et al., 2013) รายงานว่า Spectra™ สามารถช่วยลดการผลิตอนุมูลอิสระ (ROS) และเพิ่มการใช้พลังงานของเซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 60 นาที อีกทั้งยังมีผลต่อการกระตุ้น Nitric Oxide และการปกป้องระบบภูมิคุ้มกันโดยรวม แสดงถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนด้านสุขภาพระดับเซลล์
แล้วที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ของเรา
Gluten Free ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
Clean Label (ใช้วัตถุดิบหรือเครื่องปรุง จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีหรือสารสังเคราะห์)
Non Gmo การติดฉลากที่ไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรม
ขยาย
![]()
![]()
![]()
อ่าน:🔬 สารสกัด 27 ชนิดใน Spectra™
| วัตถุดิบ | สี | สารสำคัญ | ประโยชน์เด่น |
|---|---|---|---|
| ผงบร็อคโคลี่ / Broccoli Powder | เขียว | Sulforaphane | ต้านมะเร็ง, เสริมล้างพิษตับ |
| สารสกัดต้นอ่อนบร็อคโคลี่ / Broccoli Sprouts Concentrate | เขียว | Glucoraphanin | เสริมภูมิคุ้มกัน, กระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษ |
| สารสกัดหัวหอม / Onion Extract | ขาว | Quercetin | ต้านอักเสบ, ลดความดันโลหิต |
| มะเขือเทศเข้มข้น / Tomato Concentrate | แดง | Lycopene | บำรุงผิว, ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก |
| แครอทอบแห้ง / Dried Carrot | ส้ม | Beta-Carotene | บำรุงสายตา, ป้องกันอนุมูลอิสระ |
| ผักโขม / Spinach | เขียว | Lutein, Zeaxanthin | บำรุงสายตา, ลดการเสื่อมของจอประสาทตา |
| เคลเข้มข้น / Kale Concentrate | เขียว | Glucosinolates | ดีท็อกซ์ตับ, บำรุงหลอดเลือด |
| กะหล่ำดาวเข้มข้น / Brussel Sprout Concentrate | เขียว | Indole-3-Carbinol | ช่วยฮอร์โมนสมดุล, ป้องกันมะเร็ง |
| สารสกัดผลกาแฟทั้งผล / Whole Coffee Fruits Extract | น้ำตาลแดง | Polyphenols, CGA | ต้านอนุมูลอิสระ, เพิ่มพลังงาน |
| อะเซโรลาเชอร์รี่ / Acerola Extract | แดง | Vitamin C, Polyphenols | เสริมภูมิคุ้มกัน, ชะลอวัย |
| คามู คามู / Camu Camu Powder | ม่วงแดง | Vitamin C, Anthocyanin | ต้านไวรัส, เสริมภูมิคุ้มกัน |
| อาซาอิ เบอร์รี่ / Acai Berry Concentrate | ม่วงเข้ม | Anthocyanins, Polyphenols | ต้านอนุมูลอิสระ, ดีต่อหัวใจ |
| มังคุด / Mangosteen Concentrate | ม่วง | Xanthones | ต้านอักเสบ, เสริมภูมิคุ้มกัน |
| ชาเขียว / Green Tea Extract | เขียว | EGCG (Catechins) | ต้านอนุมูลอิสระ, กระตุ้นสมอง |
| แอปเปิล / Apple Extract | แดง/เขียว | Quercetin, Pectin | ลดไขมัน, บำรุงหัวใจ |
| ขมิ้นชัน / Turmeric Concentrate | เหลือง | Curcumin | ต้านอักเสบ, ปกป้องตับ |
| กระเทียม / Garlic | ขาว | Allicin | ฆ่าเชื้อ, ลดคอเลสเตอรอล |
| โหระพา / Basil Concentrate | เขียว | Eugenol | ต้านจุลชีพ, ต้านอักเสบ |
| ออริกาโน / Oregano | เขียว | Carvacrol | เสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านไวรัส |
| อบเชย / Cinnamon Concentrate | น้ำตาล | Cinnamaldehyde | ควบคุมน้ำตาล, ต้านจุลชีพ |
| เอลเดอร์เบอร์รี่ / Elderberry Concentrate | ม่วง | Anthocyanins | ต้านไวรัส, เสริมภูมิคุ้มกัน |
| แบล็คเคอแรนท์ / Blackcurrant Extract | ม่วงเข้ม | Anthocyanins | บำรุงสายตา, เสริมต้านไวรัส |
| บลูเบอร์รี่ / Blueberry Extract | ม่วงน้ำเงิน | Anthocyanins | เสริมสมอง, ป้องกันโรคเสื่อม |
| เชอร์รี่ / Sweet Cherry Powder | แดง | Polyphenols, Melatonin | ลดอักเสบ, ช่วยนอนหลับ |
| แบล็คเบอร์รี่ / Blackberry Powder | ม่วงดำ | Anthocyanins | ต้านอนุมูลอิสระ, ชะลอวัย |
| โช้คเบอร์รี่ / Chokeberry | ม่วงเข้ม | Anthocyanins | ต้านความดัน, เสริมหลอดเลือด |
| ราสพ์เบอร์รี่ / Raspberry Powder | แดง | Ellagic Acid, Anthocyanin | ต้านอนุมูลอิสระ, ลดการอักเสบ |
| บิลเบอร์รี่ / Bilberry Extract | ม่วงเข้ม | Anthocyanins | เสริมสายตา, บำรุงหลอดเลือด |
นี่คือความสำคัญของ
สเปคต้า Spectra
แล้วอย่างที่พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ก็คือตัวเค้าเองจะมีค่า คือสเปคต้า Spectra ที่อยู่ในไฟโต5 ผ่านคลินิกคอลเทสท์ Clinical Test มาแล้ว ว่ามัน decreases ROS in human body ก็คือมันลดค่า Reactive oxygen species (ROS) ในร่างกายของเราได้ด้วยอย่างมีนัยยะ
ซึ่ง ROS ตัวนี้ อย่างที่อธิบายไป ถ้ามันเยอะ มันก็จะ oxidative ไขมัน จนไขมันมาอุดตัน oxidative โปรตีน จนกลายเป็นการอักเสบ oxidative DNA จนกลายเป็นก่อให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย ทำให้เราแก่เร็วอย่างนี้เป็นต้น
นี่คือในส่วนของการเข้าไป decreases ROS นั่นก็คือการเข้าไปลดค่าอาร์โอเอส ในร่างกายของเรานั่นเอง เพราะฉะนั้น ดูแลตัวเองด้วย ไฟโต5 และไฟโต5 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จะต้องเป็นเสริมอาหารสามัญประจำบ้านนั่นเอง
ทำไมถึงต้องใส่ใจในเรื่อง “Oxidative Stress”?
ขยาย
![]()
![]()
![]()
ทำไมถึงต้องใส่ใจในเรื่อง “Oxidative Stress”?
ทำไมถึงต้องใส่ใจในเรื่อง “Oxidative Stress”?
เคยสังเกตไหมว่า อาหารที่ทิ้งไว้นอกตู้เย็น เช่น แกงกะทิ หรือผลไม้หั่นแล้ว มันจะเน่าเสียเร็วขึ้นเมื่อเจอกับอากาศร้อน? นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า “ออกซิเดทีฟสเตรส” (Oxidative Stress) ในร่างกายเราเองก็เกิดกระบวนการแบบนี้เหมือนกัน!
ออกซิเจนมีทั้งด้านดีและด้านเสีย—มันช่วยให้เรามีชีวิต แต่ออกซิเจนก็เป็นตัวการที่ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมลงเมื่อเกิดปฏิกิริยากับสารอื่น ๆ จนเกิด “อนุมูลอิสระ” (Free Radicals) ซึ่งเป็นตัวร้ายที่ทำลายเซลล์ปกติของเรา
⸻
อนุมูลอิสระ: วายร้ายเงียบในร่างกาย
ลองนึกถึงเซลล์ปกติของเราเหมือนลูกแก้วใส ๆ แต่ถ้าเซลล์เจออนุมูลอิสระเข้าไป มันจะถูก “แย่ง” อิเล็กตรอนไป ทำให้เซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ และถ้าปล่อยไว้นาน ๆ เซลล์พวกนี้อาจกลายเป็นเซลล์ที่ก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น มะเร็ง หรือโรคเสื่อมต่าง ๆ
อนุมูลอิสระพวกนี้มาจากไหนบ้าง?
• ควันบุหรี่ ควันพิษ PM 2.5
• น้ำตาลและไขมันทรานส์จากอาหาร
• ความเครียดสะสม
• แอลกอฮอล์ และมลภาวะต่าง ๆ
⸻
Antioxidant คือพระเอกที่เข้ามาช่วยเรา!
เมื่อมีตัวร้ายอย่างอนุมูลอิสระ เราก็ต้องมีตัวเอกที่เข้ามาจัดการ นั่นก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ของเราไม่ให้ถูกทำลาย
ในอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น Phyto 5 (ไฟโต 5) จะอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี (Phytonutrients) จาก ผักผลไม้ 5 สี และสารสกัดสิทธิบัตรอย่าง Spectra® ซึ่งช่วยลดผลกระทบจาก Oxidative Stress และเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
⸻
Superccoli™ – พลังจากบล็อกโคลี่เข้มข้นจากเกาะเจจู
Superccoli™ คือ สารสกัดจากบล็อกโคลี่เข้มข้น ซึ่งอุดมไปด้วย Sulforaphane ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในการ:
✅ ต้านอนุมูลอิสระและช่วยป้องกันเซลล์จาก PM 2.5
✅ ลดความเสี่ยงโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน
✅ ปกป้องหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
✅ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะ
✅ มีฤทธิ์ช่วยต้านเซลล์มะเร็ง
⸻
Spectra® – Super Antioxidant ที่เหนือกว่า
Spectra® คือสิทธิบัตรที่รวมสารสกัดจาก 27 ชนิดของผัก ผลไม้ และสมุนไพร ทำให้เป็น Super Antioxidant ที่ช่วยลดอนุมูลอิสระได้สูงมาก และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
👉 ถ้าคุณต้องเผชิญกับควันพิษ อาหารแปรรูป หรือความเครียด Phyto 5 จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพของคุณ!
ขยายข้อมูลทางวิชาการ
![]()
![]()
![]()
Oxidative Stress กับผลกระทบต่อร่างกาย
Oxidative Stress กับผลกระทบต่อร่างกาย
Oxidative Stress เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลระหว่าง อนุมูลอิสระ (Free Radicals) และ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ในร่างกาย ส่งผลให้เซลล์ถูกทำลายและเกิดความเสื่อมของอวัยวะ
กลไกของอนุมูลอิสระ
อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่มี อิเล็กตรอนไม่ครบคู่ ทำให้มีความไวต่อปฏิกิริยาทางเคมีสูง และสามารถดึงอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่น ส่งผลให้เซลล์เกิดความเสียหายและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค เช่น
• โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular diseases)
• โรคมะเร็ง (Cancer)
• โรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
• โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานและไขมันอุดตันในเส้นเลือด
⸻
การทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
สารต้านอนุมูลอิสระ มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสียหายของเซลล์ โดยสามารถมอบอิเล็กตรอนให้กับอนุมูลอิสระ ทำให้โมเลกุลเหล่านี้กลับมาเสถียรและไม่ทำลายเซลล์อื่น
แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ได้แก่
• Flavonoids จากพืช ซึ่งช่วยลดการอักเสบและป้องกันเซลล์จากความเสียหาย
• Superoxide Dismutase (SOD) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการทำลายอนุมูลอิสระ
• Sulforaphane ซึ่งพบในบล็อกโคลี่ และมีฤทธิ์สูงในการกระตุ้นระบบขับสารพิษของร่างกาย
⸻
Superccoli™ และ Sulforaphane ในการต้านอนุมูลอิสระ
Superccoli™ เป็นสารสกัดจากบล็อกโคลี่ที่ใช้ เทคโนโลยี Pulse Electric Field (PEF) ซึ่งช่วยคงคุณค่าของ Sulforaphane ได้สูงกว่าวิธีการสกัดแบบทั่วไป
Sulforaphane มีงานวิจัยยืนยันถึงประโยชน์ดังนี้:
• ลดการอักเสบและป้องกันความเสียหายของปอดจาก PM 2.5
• ช่วยปกป้องระบบประสาท ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
• ช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
• ต้านเชื้อ H. pylori ลดความเสี่ยงโรคกระเพาะ
• ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
⸻
Spectra® – สิทธิบัตรสารต้านอนุมูลอิสระที่เหนือกว่า
Spectra® เป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งพัฒนาโดยใช้สารสกัดจาก 27 ชนิดของผัก ผลไม้ และสมุนไพร ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลด Oxidative Stress และเสริมภูมิคุ้มกัน
งานวิจัยพบว่า Spectra® สามารถลดระดับ Reactive Oxygen Species (ROS) ได้ถึง 42% ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง
⸻
สรุป
หากต้องการลดความเสี่ยงจาก Oxidative Stress และเสริมภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ Phyto 5 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เพราะประกอบไปด้วย:
✅ Superccoli™ ที่อุดมด้วย Sulforaphane
✅ Spectra® ซึ่งเป็น Super Antioxidant ที่มีสารสกัดจากพืช 27 ชนิด
✅ Phytonutrients จากผักผลไม้ 5 สี
เพื่อสุขภาพที่ดี ควรรับประทาน Phyto 5 วันละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้าและเย็น เพื่อให้ร่างกายได้รับการปกป้องจากอนุมูลอิสระได้อย่างเต็มที่
ขยาย
![]()
![]()
![]()
PHYTO 5: ดูแลตัวเองจากภายใน ด้วยพลังจากธรรมชาติ
PHYTO 5: ดูแลตัวเองจากภายใน ด้วยพลังจากธรรมชาติ
ถ้าคุณอยากดูแลตัวเองให้ดีที่สุด… ต้องเริ่มจากสิ่งที่คุณรับเข้าไปในร่างกาย! และ PHYTO 5 (ไฟโต 5) คือคำตอบของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยสารอาหารจากผักและผลไม้ 5 สี พร้อมด้วย Spectra ซึ่งเป็นสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ (Super Antioxidant) ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิก (Clinical Test) แล้วว่าช่วยลด Reactive Oxygen Species (ROS) ในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ
คุณเคยรู้ไหมว่า ROS หรือ อนุมูลอิสระตัวร้าย เป็นต้นเหตุของความเสื่อมในร่างกาย?
• ถ้ามันเยอะเกินไป ไขมัน ในร่างกายคุณจะถูกออกซิไดซ์ ทำให้เสี่ยงต่อไขมันอุดตัน
• โปรตีน ถูกออกซิไดซ์จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง
• DNA ถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมโทรมและความแก่ก่อนวัย
เพราะฉะนั้น ลด ROS ได้ = ลดความเสื่อม = สุขภาพดีขึ้น!
และที่สำคัญ PHYTO 5 ปลอดภัย 100%
✅ Gluten-Free ไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
✅ Clean Label ไม่มีสารเคมีหรือวัตถุดิบสังเคราะห์ใด ๆ
✅ Non-GMO ไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
ไม่ใช่แค่ “เสริมอาหาร” แต่คือ “สิ่งที่ร่างกายคุณต้องมี”
⸻
วิธีรับประทาน PHYTO 5
ง่ายมาก! แค่วันละ 2 เม็ด
• หลังอาหารเช้า 1 เม็ด
• หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
💡 แนะนำสูตรสุขภาพครบวงจร
✅ ยูนิออย (Uni-Oil) → หลังอาหารเช้า 1 เม็ด, หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
✅ ไฟโต 5 (Phyto 5) → หลังอาหารเช้า 1 เม็ด, หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
✅ มูนิพลัส (Muniplus) → ก่อนนอน 2 เม็ด
📌 ถ้าคุณต้องทานยาประจำ ให้เว้นระยะห่าง 1-2 ชั่วโมง
ให้ PHYTO 5 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ “สามัญประจำบ้าน” ที่ดูแลสุขภาพของคุณจากภายใน!
⸻
ขยายข้อมูลทางวิชาการ
![]()
![]()
![]()
PHYTO 5 กับบทบาทในการลด Reactive Oxygen Species (ROS) - การชะลอความเสื่อมของเซลล์
PHYTO 5 กับบทบาทในการลด Reactive Oxygen Species (ROS) - การชะลอความเสื่อมของเซลล์
PHYTO 5 (ไฟโต 5) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วย ไฟโตนิวเทรียนต์ (Phytonutrients) จากผักและผลไม้ 5 สี พร้อมด้วย Spectra® ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการรับรองทางคลินิกว่า สามารถลดระดับ Reactive Oxygen Species (ROS) ในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมต้องลด ROS?
Reactive Oxygen Species (ROS) เป็นโมเลกุลออกซิเจนที่มีปฏิกิริยาสูง และเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายต่อเซลล์ในร่างกาย
• ไขมันถูกออกซิไดซ์ → เสี่ยงต่อภาวะไขมันอุดตันและโรคหัวใจ
• โปรตีนถูกออกซิไดซ์ → กระตุ้นการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย
• DNA ถูกออกซิไดซ์ → เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและกระบวนการชราภาพ
Spectra® เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าช่วยลด ROS ในร่างกายได้จริง ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดภาวะออกซิเดชันที่ส่งผลเสียต่อเซลล์
⸻
คุณสมบัติเด่นของ PHYTO 5
• Gluten-Free: ไม่มีโปรตีนกลูเตน ลดความเสี่ยงต่อการแพ้
• Clean Label: ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์
• Non-GMO: ไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรม
⸻
วิธีรับประทาน
✅ PHYTO 5
• หลังอาหารเช้า 1 เม็ด
• หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
✅ แนวทางการรับประทานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
• Uni-Oil (ยูนิออย) → หลังอาหารเช้า 1 เม็ด, หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
• Phyto 5 (ไฟโต 5) → หลังอาหารเช้า 1 เม็ด, หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
• Muniplus (มูนิพลัส) → ก่อนนอน 2 เม็ด
📌 ข้อควรระวัง
หากต้องรับประทานร่วมกับยา ควรเว้นระยะ 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรบกวนการดูดซึมของสารอาหารและยา
🔥 PHYTO 5 คือกุญแจสำคัญของการชะลอวัยและดูแลสุขภาพในระดับเซลล์ ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1️⃣ Phyto 5 เหมาะกับใครบ้าง?
ผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน, ชะลอวัย, ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง, ฟื้นฟูเซลล์, ลดความเครียดจากการทำงานหนัก
2️⃣ ทำไมต้องใช้ Spectra™?
Spectra™ รวมสารสกัดกว่า 27 ชนิด มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยลดค่า ROS, กระตุ้น SOD, Catalase, ปกป้องเซลล์ได้จริง
3️⃣ ต่างจากวิตามินซีหรืออาหารเสริมทั่วไปยังไง?
Phyto 5 ใช้ไฟโตนิวเทรียนท์แบบทำงานเสริมกัน (synergistic effect) + Spectra™ สิทธิบัตร ไม่ใช่แค่ต้านอนุมูลอิสระ แต่ช่วยปรับสมดุลการอักเสบด้วย
4️⃣ ทานต่อเนื่องได้ไหม?
ได้ เพราะเป็นสารธรรมชาติ ไม่มีผลข้างเคียงถ้าทานตามคำแนะนำ
5️⃣ มีข้อควรระวังหรือไม่?
ควรเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์, ผู้ให้นม, ผู้แพ้ส่วนประกอบ, หรือผู้มีโรครุนแรง (ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้)
6️⃣ ทานเมื่อไหร่ดีที่สุด?
ตอนเช้าหรือบ่าย ควรต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์เพื่อผลชัดเจน
Phyto 5 : ต้านอนุมูลอิสระ
วิธีรับประทาน PHYTO 5 ก็คือ
หลังอาหารเช้า 1 เม็ดหลังอาหารเย็น 1 เม็ด
Muniplus: ปกป้อง ฟื้นฟู ดูแล สมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
วิธีรับประทาน Muniplus
วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน
Uni-Oil : มิติที่ 1 และ มิติที่ 4
วิธีการรับประทาน Uni-Oil ก็คือหลังอาหารเช้า 1 เม็ด
หลังอาหารเย็น 1 เม็ด
วิธีการทานมูนิพลัส ก็คือ 2 เม็ดก่อนนอน
ยูนิออย หลังอาหารเช้า 1 เม็ด เย็น 1 เม็ด
แล้วก็ไฟโต5 หลังอาหารเช้า 1 เม็ด 1 หนึ่งเม็ด
นั่นหมายความว่าทั้งสามตัวนี้ เริ่มต้นหลังจากทานข้าวเช้าทานยูนิออยไปเลย 1 เม็ด
ทานไฟโต5 ไปเลย 1 เม็ด
และหลังอาหารเย็นคุณก็ทาน ยูนิออย 1 เม็ด ไฟโต5 อีก 1 เม็ด และก่อนนอนคุณทานมูนิพลัส 2 เม็ดไปเลย
สำหรับใครที่ต้องทานยา อื่นๆ ด้วย หมายถึงที่ใช้ดูแลโรคประจำตัวของคุณ ให้ทานห่างจากกัน 1 ถึง 2 ชั่วโมง จากสารอาหารทุกตัว
ลองจัดสรรเวลาดู